ช่วงเวลาหลายสัปดาห์ต่อจากนี้ จะเป็นความท้าทายสำหรับประชาชนชาวจีนในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา บริษัทขอส่งกำลังใจและจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยพร้อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับทีมงานของเราในจีนอย่างแน่นอน บริษัทเฝ้าติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นในทางการจีนว่าจะดำเนินมาตรการอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดครั้งนี้อย่างดีที่สุด
ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบเพียงชั่วคราวต่อตลาดความงามในภูมิภาคนี้ และต่อธุรกิจของลอรีอัลในจีน ตลอดจนช่องทางค้าปลีกท่องเที่ยวจีน ถึงแม้ว่าอาจจะเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ต่างๆ ที่บริษัทเคยเผชิญมาแล้วกับสถานการณ์แบบเดียวกันในอดีต (โรค SARS, MERS เป็นต้น) แสดงให้เห็นว่า หลังจากช่วงเวลาแห่งความปั่นป่วนวุ่นวายนี้ผ่านพ้นไป การอุปโภคบริโภคก็จะแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ดังนั้น ถ้าหากตั้งสมมติฐานว่า การแพร่ระบาดครั้งนี้จะเป็นไปในรูปแบบเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้น บริษัทมั่นใจในศักยภาพว่า ในปีนี้จะสามารถเติบโตสูงกว่าตลาดความงาม และทำยอดขายและกำไรที่เติบโตขึ้นอีกปี
สรุปตัวเลขการเติบโตในแผนกต่างๆ
แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพเติบโต +3.2%
ปีนี้เป็นปีที่สามารถกลับมามีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าตลาดได้อีกครั้ง ยอดขายโตเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีหลัง ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผลักดันการเติบโตมากที่สุด ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวอย่างโดดเด่นของแบรนด์เคเรสตาส ที่เติบโตในอัตราเลขสองหลัก แผนกนี้ยังสร้างสถานะที่แข็งแกร่งขึ้นทั่วโลก จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดสหรัฐ และเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ยุโรปตะวันออกก็ยังรักษาการเติบโตไว้ได้
แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคเติบโต +3.3%
แบรนด์ลอรีอัล ปารีส มีอัตราการเติบโตสูงสุดตั้งแต่ปี 2550 จากการเปิดตัวครั้งสำคัญของ Rouge Signature ในกลุ่มเมคอัพ และ Revitalift Filler ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนนิค แอซิดในกลุ่มสกินแคร์ ซึ่งมีการเปิดตัวไปทั่วโลกในรูปแบบของแอมเพิลและเซรั่ม แบรนด์การ์นิเย่ ก็มีการเติบโตจากกลุ่มตลาดใหม่ รวมทั้งความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั่วโลกของผลิตภัณฑ์แผ่นมาสก์หน้า (Tissue Mask) และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า Micellar Cleansing Water และการริเริ่มผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ อาทิ Garnier Organic และ Fructis Hair Food อย่างไรก็ดี ตลาดเมคอัพในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วได้ชะลอตัวลง โดยเฉพาะในสหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากขึ้นเช่นนี้ เมย์เบลลีน นิวยอร์ก ก็ยังคงประสบความสำเร็จในการเปิดตัว Fit Me! และ Superstay Matte Ink รวมทั้งมีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มตลาดใหม่ ด้วยเช่นกัน
ผลิตภัณฑ์ความงามขั้นสูงเติบโต +13.8%
แผนกนี้เติบโตสูงกว่าตลาด และตอกย้ำความสำเร็จของผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์และน้ำหอม โดย 4 แบรนด์หลักของแผนกนี้ล้วนมีอัตราการเติบโตในอัตราเลขสองหลัก แบรนด์ลังโคมได้แรงขับเคลื่อนอย่างชัดเจนจากผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมในกลุ่มสกินแคร์ โดยเฉพาะสูตรใหม่ของ Génifique และ Absolue รวมทั้งความสำเร็จของน้ำหอมน้องใหม่ Idôle ส่วนแบรนด์ อีฟ แซงต์ โลร็องต์และ จิออร์จิโอ อาร์มานี ก็มียอดขายที่ดีมากในกลุ่มน้ำหอม หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดตัว Libre และการทำผลงานได้ยอดเยี่ยมของ Black Opium, Y และ Sì Passione รวมไปถึงความสำเร็จในกลุ่มผลิตภัณฑ์รองพื้น โดยรวมแล้ว ผลิตภัณฑ์ความงามขั้นสูงสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิก และยุโรปตะวันตก แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากกว่าในสหรัฐก็ตาม แผนกนี้ยังทำผลงานได้ดีในช่องทางค้าปลีกท่องเที่ยว ตลาดยุโรปตะวันออก และละตินอเมริกาด้วย ขณะเดียวกัน ช่องทางอี-คอมเมิร์ซของแผนกนี้ก็ยังคงขยายตัวเร็วขึ้น ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายกว่า 20% จากยอดขายของแผนก
แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางเติบโต +15.5%
อัตราการเติบโตนี้เป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 20 ปีของแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ยอดขายของแผนกนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยขยายตัวสองเท่าของตลาดผลิตภัณฑ์ผิวหนัง แบรนด์ ลา โรช-โพเซย์ มีการเติบโตในอัตราเลขสองหลัก ครองส่วนแบ่งตลาดในทุกภูมิภาค และทำยอดขายทะลุ 1 พันล้านยูโร ส่วนแบรนด์วิชี่ ก็เติบโตต่อเนื่อง โดยมียอดขายสูงเป็นพิเศษในยุโรปตะวันออก และละตินอเมริกา โดยกำลังเปิดตัว Liftactiv Peptide-C ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยที่เป็นนวัตกรรมในรูปแบบแอมเพิล ส่วนแบรนด์เซราวี ซึ่งมีการขยายตัวอย่างมากในสหรัฐ ก็ยังคงขยายตัวไปทั่วโลก ทั้งนี้ ทุกภูมิภาคมีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของแผนก โดยเฉพาะเอเชียและอเมริกาเหนือที่มีการขยายตัวแข็งแกร่ง
สรุปการเติบโตตามโซนภูมิภาค
- ยุโรปตะวันตกเติบโต +1.8%
- อเมริกาเหนือลดลง -0.8%
- กลุ่มตลาดใหม่
เอเชียแปซิฟิกมียอดขายเพิ่มขึ้น +25.5%
ทุกแผนกมียอดขายเพิ่มขึ้นในอัตราเลขสองหลัก และยอดขายที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 เนื่องจากได้แรงหนุนอย่างมากจากยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในวันคนโสด (11/11) ของจีน โดยยอดขายในจีนเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปี และบริษัทก็มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ยอดขายในฮ่องกงได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์ทางสังคม โดยเฉพาะในไตรมาส 4 การขยายตัวในภูมิภาคนี้ยังได้แรงผลักดันจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย และจากแบรนด์หรูทั้ง ลังโคม คีลส์ อีฟ แซงต์ โลร็องต์และ จิออร์จิโอ อาร์มานี ขณะที่แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคได้รับอานิสงส์จากปีที่สดใสของ ลอรีอัล ปารีส จากความสำเร็จของแบรนด์ 3CE สไตล์นันดะจากเกาหลี รวมทั้งยอดขายที่โตขึ้นของแบรนด์การ์นิเย่ ในประเทศต่างๆ ในเอเชียหลายประเทศ สำหรับแผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพนั้น ได้รับปัจจัยสนับสนุนเป็นพิเศษจากแบรนด์เคเรสตาสและผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ส่วนแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางก็ยังคงเติบโตอย่างสดใสในทุกประเทศ จากความสำเร็จของลา โรช-โพเซย์ และ สกินซูติเคิลส์