BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,924
VIEWS

ใครว่า “แกร็บ” กับ “แท็กซี่” อยู่ร่วมกันไม่ได้?

มี.ค. 04, 2563

หนึ่งในประเด็นร้อนแรงด้านคมนาคมที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คือ การผลักดันนโยบายเปิดเสรีบริการรถส่วนบุคคลร่วมเดินทาง (Ride-Hailing) เพื่อส่งเสริมให้มีการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้ให้บริการเป็นรถสาธารณะผ่านแอพพลิเคชั่นได้อย่างถูกกฎหมาย ในมุมของผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอพเรียกรถได้เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและช่วยตอบสนองความต้องการการเดินทางให้กับคนในยุคปัจจุบัน ทั้งในด้านความสะดวกสบาย มาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงราคาที่เข้าถึง จนทำให้บริการดังกล่าวได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีบางคนที่แสดงความเป็นกังวลถึงประเด็นที่เทคโนโลยีหรือบริการรูปแบบใหม่เหล่านี้จะเข้ามาแย่งอาชีพและทำให้คนขับแท็กซี่ตกงาน

ในความเป็นจริงแล้ว มีคนขับแท็กซี่นับหลายหมื่นรายที่หันมาใช้แอพพลิเคชั่นเรียกรถเพื่อรับผู้โดยสารในปัจจุบัน เนื่องจากเห็นถึงประโยชน์ในด้านต่าง ๆ และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป หนึ่งในนั้นคือ จิรภัทร โสภาลัย ประธานเครือข่ายชมรมผู้ขับแท็กซี่ 4.0 และ กมลาสน์ กุลบันลือพิชญ์ ประธานชมรมแท็กซี่ไทยพัฒนา ที่ได้แชร์มุมมองของคนขับมืออาชีพที่มีต่อ “แอพเรียกรถ” ผ่านข้อดี 5 ประการ

1. เพิ่มช่องทางในการหารายได้

แอพเรียกรถช่วยทำให้คนขับแท็กซี่มีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะนอกจากจะรับผู้โดยสารที่โบกเรียกตามท้องถนนแล้ว ยังสามารถรับงานผ่านทางแอพพลิเคชั่นได้อีกทางด้วย ถือเป็นการเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ของคนขับ ทั้งยังช่วยลดเวลาในการตีรถเปล่าได้ถึง 30% ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาวนหาผู้โดยสาร ทั้งนี้ ศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจแห่งมหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังได้เผยผลวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้โดยระบุว่า 99% ของคนขับแท็กซี่ยืนยันว่าแอพเรียกรถช่วยให้เข้าถึงลูกค้าและทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

จิรภัทร โสภาลัย ประธานเครือข่ายชมรมผู้ขับแท็กซี่ 4.0 กล่าวว่า “แต่ก่อนเราต้องขับรถไปเรื่อย ๆ รอให้ผู้โดยสารเรียก ทำให้สิ้นเปลืองต้นทุนค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน รายได้ในแต่ละวันก็ไม่แน่นอน แต่ปัจจุบันพอมีเทคโนโลยีเข้ามา การใช้แอพเรียกรถทำให้คนขับแท็กซี่อย่างเรามีช่องทางในการหารายได้เพิ่มมากขึ้น สามารถเลือกไปในพื้นที่ที่มีลูกค้าอยู่หนาแน่นได้ เพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกดเรียก จากที่สอบถามเพื่อน ๆ สมาชิกในเครือข่ายที่ใช้แอพเรียกรถ แทบจะทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น หากเราให้บริการดี ลูกค้าให้คะแนนดี เรายังมีโอกาสได้โบนัสและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นจากบริษัทผู้ให้บริการแอพด้วย  ถ้าขยัน มีมานะอดทน และมีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน ผมการันตีว่าคนชับแท็กซี่จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 – 6 หมื่นบาทต่อเดือน”

2. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีหรือผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นต่างให้ความสำคัญกับการลงทุนและการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัย ซึ่งไม่เพียงจะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ แต่ยังทำให้คนขับทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) มาช่วยจับคู่ตำแหน่งของคนขับกับจุดหมายปลายทางของผู้โดยสาร ทำให้คนขับแท็กซี่ทราบจุดรับ-ส่งล่วงหน้า ซึ่งช่วยลดปัญหาการโบกแล้วไม่จอดรับหรือการปฏิเสธผู้โดยสารอย่างเป็นรูปธรรม หรือการนำระบบจีพีเอส (GPS) มาใช้ ซึ่งช่วยแนะนำเส้นทางที่รวดเร็วที่สุดให้กับคนขับ เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการจราจรติดขัด นอกจากนี้ แอพเรียกรถอย่างแกร็บยังมีฟังก์ชั่นแปลภาษาที่เรียกว่า “แกร็บแชต” (Grab Chat) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคนขับในการสื่อสารกับผู้โดยสารชาวต่างชาติได้อย่างราบรื่น ไร้ปัญหา ช่วยลดอุปสรรคในด้านการสื่อสาร ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วย

3. เพิ่มความอุ่นใจด้านความปลอดภัย

ไม่ใช่แค่ผู้โดยสารเท่านั้นที่ต้องการความปลอดภัยในการเดินทาง คนขับแท็กซี่เองก็เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ต้องขับรถไปส่งผู้โดยสารในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย สถานที่เปลี่ยว หรือในเวลาค่ำคืน ซึ่งอาจทำให้เกิดความกังวลในด้านสวัสดิภาพความปลอดภัยหรือการก่ออาชญากรรม แต่ประเด็นเหล่านี้หมดไปเมื่อมีแอพเรียกรถซึ่งมีเทคโนโลยีและมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับคนขับ เนื่องจากผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นมีเทคโนโลยีการยืนยันตัวตน (Biometric Authentication) ของทั้งคนขับและผู้โดยสาร จึงสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์ ทั้งยังมีฟีเจอร์ Share My Ride ที่คนขับเองสามารถแชร์ข้อมูลการเดินทางในทุกเที่ยวรับ-ส่งให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวรับทราบได้ตลอดว่าอยู่ตรงไหนแล้ว

ในกรณีที่มีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ คนขับยังสามารถติดต่อ Call Center ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือในกรณีฉุกเฉินก็มีปุ่ม SOS ให้สามารถติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที นอกจากนี้ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ แอพเรียกรถอย่างแกร็บยังได้ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่ให้ความคุ้มครองกับคนขับในทุกเที่ยวการเดินทางเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ. คุ้มครองและประกันภัยบุคคลที่ 3 โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท รวมถึงทุนประกันชีวิตสูงสุดถึง 200,000 บาทด้วย

1. เพิ่มช่องทางในการหารายได้

แอพเรียกรถช่วยทำให้คนขับแท็กซี่มีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะนอกจากจะรับผู้โดยสารที่โบกเรียกตามท้องถนนแล้ว ยังสามารถรับงานผ่านทางแอพพลิเคชั่นได้อีกทางด้วย ถือเป็นการเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ของคนขับ ทั้งยังช่วยลดเวลาในการตีรถเปล่าได้ถึง 30% ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาวนหาผู้โดยสาร ทั้งนี้ ศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจแห่งมหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังได้เผยผลวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้โดยระบุว่า 99% ของคนขับแท็กซี่ยืนยันว่าแอพเรียกรถช่วยให้เข้าถึงลูกค้าและทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

จิรภัทร โสภาลัย ประธานเครือข่ายชมรมผู้ขับแท็กซี่ 4.0 กล่าวว่า “แต่ก่อนเราต้องขับรถไปเรื่อย ๆ รอให้ผู้โดยสารเรียก ทำให้สิ้นเปลืองต้นทุนค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน รายได้ในแต่ละวันก็ไม่แน่นอน แต่ปัจจุบันพอมีเทคโนโลยีเข้ามา การใช้แอพเรียกรถทำให้คนขับแท็กซี่อย่างเรามีช่องทางในการหารายได้เพิ่มมากขึ้น สามารถเลือกไปในพื้นที่ที่มีลูกค้าอยู่หนาแน่นได้ เพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกดเรียก จากที่สอบถามเพื่อน ๆ สมาชิกในเครือข่ายที่ใช้แอพเรียกรถ แทบจะทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น หากเราให้บริการดี ลูกค้าให้คะแนนดี เรายังมีโอกาสได้โบนัสและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นจากบริษัทผู้ให้บริการแอพด้วย  ถ้าขยัน มีมานะอดทน และมีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน ผมการันตีว่าคนชับแท็กซี่จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 – 6 หมื่นบาทต่อเดือน”

2. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีหรือผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นต่างให้ความสำคัญกับการลงทุนและการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัย ซึ่งไม่เพียงจะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ แต่ยังทำให้คนขับทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) มาช่วยจับคู่ตำแหน่งของคนขับกับจุดหมายปลายทางของผู้โดยสาร ทำให้คนขับแท็กซี่ทราบจุดรับ-ส่งล่วงหน้า ซึ่งช่วยลดปัญหาการโบกแล้วไม่จอดรับหรือการปฏิเสธผู้โดยสารอย่างเป็นรูปธรรม หรือการนำระบบจีพีเอส (GPS) มาใช้ ซึ่งช่วยแนะนำเส้นทางที่รวดเร็วที่สุดให้กับคนขับ เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการจราจรติดขัด นอกจากนี้ แอพเรียกรถอย่างแกร็บยังมีฟังก์ชั่นแปลภาษาที่เรียกว่า “แกร็บแชต” (Grab Chat) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคนขับในการสื่อสารกับผู้โดยสารชาวต่างชาติได้อย่างราบรื่น ไร้ปัญหา ช่วยลดอุปสรรคในด้านการสื่อสาร ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วย

3. เพิ่มความอุ่นใจด้านความปลอดภัย

ไม่ใช่แค่ผู้โดยสารเท่านั้นที่ต้องการความปลอดภัยในการเดินทาง คนขับแท็กซี่เองก็เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ต้องขับรถไปส่งผู้โดยสารในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย สถานที่เปลี่ยว หรือในเวลาค่ำคืน ซึ่งอาจทำให้เกิดความกังวลในด้านสวัสดิภาพความปลอดภัยหรือการก่ออาชญากรรม แต่ประเด็นเหล่านี้หมดไปเมื่อมีแอพเรียกรถซึ่งมีเทคโนโลยีและมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับคนขับ เนื่องจากผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นมีเทคโนโลยีการยืนยันตัวตน (Biometric Authentication) ของทั้งคนขับและผู้โดยสาร จึงสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์ ทั้งยังมีฟีเจอร์ Share My Ride ที่คนขับเองสามารถแชร์ข้อมูลการเดินทางในทุกเที่ยวรับ-ส่งให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวรับทราบได้ตลอดว่าอยู่ตรงไหนแล้ว

ในกรณีที่มีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ คนขับยังสามารถติดต่อ Call Center ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือในกรณีฉุกเฉินก็มีปุ่ม SOS ให้สามารถติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที นอกจากนี้ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ แอพเรียกรถอย่างแกร็บยังได้ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่ให้ความคุ้มครองกับคนขับในทุกเที่ยวการเดินทางเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ. คุ้มครองและประกันภัยบุคคลที่ 3 โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท รวมถึงทุนประกันชีวิตสูงสุดถึง 200,000 บาทด้วย

4. เพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน

ประโยชน์อีกประการที่หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อน คือ แอพเรียกรถช่วยให้คนขับแท็กซี่ ซึ่งเป็นกลุ่ม Unbanked หรือผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินพื้นฐานจากสถาบันการเงินในระบบ อย่างบริการโอนเงิน ชำระเงิน ฝากเงิน และกู้เงิน มีโอกาสเข้าถึงบริการดังกล่าวมากขึ้น เนื่องจากคนขับจะได้รับเอกสารรับรองทางการเงิน (Income statement) จากบริษัทผู้ให้บริการแอพ ซึ่งได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงิน ทำให้สามารถใช้เป็นหลักฐานในการสมัครบริการสินเชื่อเงินสด (Digital lending) ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าการกู้นอกระบบถึง 30 เท่า นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้คนขับแท็กซี่สามารถกู้ซื้อสินทรัพย์ในระยะยาวอย่างรถยนต์ได้ ทำให้การมีรถแท็กซี่เป็นของตัวเองสักคันไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

กมลาสน์ กุลบันลือพิชญ์ ประธานชมรมแท็กซี่ไทยพัฒนา กล่าวเสริมว่า "นอกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากทั้งค่าโดยสาร โบนัส เงินจูงใจและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ แล้ว การใช้แอพเรียกรถทำให้เรามี statement ที่ช่วยรับรองรายได้ของคนขับแท็กซี่ ซึ่งธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ เชื่อถือและให้การยอมรับ ทำให้คนขับหลายคนที่เคยเช่ารถและอยากมีรถเป็นของตัวเองสามารถกู้เงินเพื่อซื้อรถเป็นของตัวเองได้”

5. เพิ่มศักยภาพและมาตรฐานการให้บริการ

การเข้ามาของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ๆ อย่างแอพเรียกรถทำให้คนขับแท็กซี่ต้องปรับตัวเพื่อพัฒนาความเข้าใจและศักยภาพเพื่อให้สามารถก้าวทันยุคดิจิทัลและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้และฝึกฝนพัฒนาตนเอง โดยแอพเรียกรถอย่างแกร็บยังมีการจัดอบรมต่าง ๆ ให้กับคนขับอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคการให้บริการ การขับขี่ปลอดภัย การดูแลสภาพรถยนต์ หรือแม้แต่คอร์สภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดหลักปฏิบัติและจรรยาบรรณของคนขับ รวมทั้งมีระบบควบคุมคุณภาพการให้บริการของคนขับแบบเรียลไทม์ ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องประสิทธิภาพการรับงาน และการให้คะแนนจากผู้โดยสารเพื่อประเมินผลการทำงาน ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้สูงขึ้น

“ผมขับแท็กซี่มา 20 กว่าปี เมื่อก่อนอยากขับก็ขับ รับผู้โดยสารบ้างไม่รับบ้าง พอเริ่มหันมาใช้แอพเรียกรถทำให้ผมเห็นจุดบกพร่องในด้านการบริการของตัวเอง ยิ่งภายหลังได้รับการอบรม เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เรียนรู้ความต้องการของลูกค้า และปฏิบัติตามกฎระเบียบที่บริษัทผู้ให้บริการแอพกำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่สอดคล้องกับระเบียบของกรมการขนส่งทางบกอยู่แล้ว มันเปลี่ยนทัศนคติของผมไปเลย ทำให้เรากลายเป็นคนอยากให้บริการ เราไปบอกต่อกับเพื่อน ๆ ในเครือข่ายว่า นี่แหละคือสิ่งที่อาชีพเราจะต้องทำและควรทำมานานแล้ว เราปล่อยปละละเลย หลายค่ายเอาผู้โดยสารไป จะไปว่าเขามาแย่งผู้โดยสารได้อย่างไร ในเมื่อเราเป็นคนไล่ผู้โดยสารไปเอง สู้มาปรับตัว กลับมาทำรถให้รถสะอาด พูดจาสุภาพกับผู้โดยสาร เขาก็หันมาใช้บริการแท็กซี่มากขึ้น” จิรภัทร กล่าวเสริม

ฟังเสียงสะท้อนจากคนขับมืออาชีพถึงประโยชน์ของแอพเรียกรถที่มีต่อวงการแท็กซี่อย่างนี้แล้ว ยิ่งช่วยตอกย้ำว่า ทั้งสองธุรกิจไม่ได้ยืนอยู่คนละมุมอย่างที่หลายคนกังวล แต่กลับส่งเสริมและเกื้อกูลกันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและช่วยยกระดับมาตรฐานการคมนาคมขนส่งของไทยด้วย แล้วแบบนี้จะบอกว่าแอพเรียกรถอย่างแกร็บจะไม่สามารถอยู่ร่วมกับแท็กซี่ได้อย่างไร ?

 

ฟังเสียงสะท้อนจากคนขับมืออาชีพถึงประโยชน์ของแอพเรียกรถที่มีต่อวงการแท็กซี่อย่างนี้แล้ว ยิ่งช่วยตอกย้ำว่า ทั้งสองธุรกิจไม่ได้ยืนอยู่คนละมุมอย่างที่หลายคนกังวล แต่กลับส่งเสริมและเกื้อกูลกันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและช่วยยกระดับมาตรฐานการคมนาคมขนส่งของไทยด้วย แล้วแบบนี้จะบอกว่าแอพเรียกรถอย่างแกร็บจะไม่สามารถอยู่ร่วมกับแท็กซี่ได้อย่างไร ?

 

เปิดตัว “FoodPaying” แอพพลิเคชั่นฟู้ดเดลิเวอรี่ใหม่ของคนไทยเพื่อคนไทย

เอ็มจี เปิดตัว “MG Thailand” แอพพลิเคชั่นด้านรถยนต์ที่เหนือกว่า ด้วยฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

Robinhood และ Accenture จับมือ Entravision Mediadonuts เปิดเส้นทางใหม่ให้นักการตลาดเข้าถึงผู้บริโภคผ

LINE เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Facebook Integration บน MyCustomer เพิ่มความแม่นยำสู่การตลาดแบบ Personalized

iQIYI(อ้ายฉีอี้)- AIS 5G มอบสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้า AIS ด้วยแพ็กเกจ VIP สุดคุ้มเดือนแรกเพียง 35 บ.

ส่องมุมมองสองคนขับ “แกร็บวัยเก๋า” กับชีวิตที่ไม่หยุดเรียนรู้ เพื่อค้นพบคุณค่าในตัวเอง

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

ถอดรหัส 3 Intelligence Engines กลยุทธ์ปับลิซิส กรุ๊ป รับมือโลกการตลาดยุคซับซ้อน

“Passion ไม่พอ ต้องเข้าใจเกม” สูตรสำเร็จของ “ภิสสรา อุมะวิชนี” ผู้ก่อตั้ง Parfums Dusita

ชวนคิดตาม รศ.นพ.ฉันชาย ออกแบบชีวิตก่อนที่ชีวิตจะออกแบบเรา บทเรียนจาก Living for Lasting Life

Read More Stories  

Research

หรือนี่คือเหตุผลคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก ชะตากรรมเด็ก Gen Beta ปริญญาไร้ค่า ไร้งานออฟฟิศ บำนาญ+ประกันสังคมไม่พอใช้

สรุป 5 ประเด็นร้อนสงกรานต์ 2569 ‘สีลม’ ยังแตก ‘เชียงใหม่’ คือม้ามืด และศึก ‘พอกผิว’ ที่กลายเป็นไวรัลทั่ว TikTok

ราคาเบนซินพุ่งสูง ส่งผลยอดขาย EV ในยุโรป ทำสถิติสูงสุดในเดือนมีนาคม 2026

ดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก นิวยอร์กยืนหนึ่ง โตเกียวคืนฟอร์ม ไทยร่วงสู่อันดับ 100 ตามหลังเวียดนาม

Read More Stories  

Digest

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมรณรงค์ความปลอดภัยการเดินทางและการส่งเสริมการประกันภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 69 รับสังคม Longevity ขับเคลื่อน 3 ภารกิจสำคัญ ผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์ และยกระดับบุคลากร

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกิจกรรม T Mark Clinic ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยกว่า 100 รายสู่มาตรฐานสากล

Unboxing Ideas

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

ดื่มน้อยลง ออกมาทำกิจกรรมมากขึ้น ถอดรหัส RISE Coffee กับการปั้น ‘Morning Affair’ ดึงคนร่วมงานกว่า 4,000 คน

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact