ล่าสุด มีการจัดรายการ Only@Central Fashion Brand Sale (โอลี่ แอท เซ็นทรัล แฟชั่น แบรนด์ เซล) ยกขบวนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ลดสูงสุด 70% กับหลากหลายแบรนด์ดังสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ Alumnus, Defry01, Dorothy Perkins, G-Star Raw, Jessica Simpson, Lurv, Maaji, Miss Selfridge, Nike, Scotch & Soda, Seafolly, Sfera, Staccato ฯลฯ มาให้ช้อปแบบจุใจเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลเท่านั้น! ที่ ดิ อีเวนท์ ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ระหว่างวันที่ 6 มี.ค.-15 มี.ค. 63
ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ นักวิชาการค้าปลีก ให้มุมมองว่า เป้าหมายของการเป็นเจ้าของสินค้าของรีเทลเลอร์เองนั้น เป้าหมายแรกจะเอามาเพื่อสร้าง Differentiate จากร้านค้าปลีกคู่แข่ง ขณะที่เป้าหมายที่ 2 หลายคนบอกว่า การทำสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของตัวเองขึ้นมามาเพื่อทำตัวเลข GP ให้สูงขึ้น จริงๆ ไม่ใช่แค่นั้น ทั้งหมดทำเพื่อเป็นการสร้างอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ทางหนึ่งด้วย เพราะจะทำให้มีทางเลือกมากขึ้น
ยิ่งการแข่งขันในตลาดค้าปลีกมีความรุนแรงมากเท่าไร ค้าปลีกแต่ละรายต้องมีการสร้าง “อัตลักษณ์” ของตัวเองขึ้นมา เพื่อสร้างความแตกต่าง ทำให้บทบาทของการเป็นเจ้าของสินค้าที่เข้ามาช่วยในเรื่องนี้ได้ถูกให้ความสำคัญมากขึ้น มีการทำในลักษณะที่เป็น Shop in Shop หรือเอาแบรนด์ของสินค้ามา Upgrade แบรนด์รีเทลอีกที เพื่อยกระดับภาพ ลักษณ์และสร้างความแตกต่าง ทั้งนี้ จะเป็นการรองรับกับทิศทางของทุกคนกำลัง Go Premium เพราะฉะนั้นต้องเอาสินค้ามาเป็น Branding เข้าไปในร้านเพื่อทำให้ภาพคุณดู Premium
“รีเทลเลอร์ ต้องการสร้างความแตกต่าง เพราะฉะนั้นถ้าทุกห้างขายของเหมือนกันหมด ดูไม่แตกต่าง รีเทลเลอร์จึงต้องมีอัตลักษณ์ของตัวเอง เพราะฉะนั้นถ้า Supplier หาให้ไม่ได้ Retail ต้องไป Sourcing เอง บทบาทหน้าที่ของการ Sourcing สินค้า เมื่อก่อนเป็นซัพพลายเออร์ทำ ต่อมาก็กลายมาเป็นรีเทลเลอร์ทำ และเมื่อรีเทลเลอร์ ทำหน้าที่หาสินค้าเอง ซัพพลายจะทำอย่างไร เพราะรีเทลเลอร์ ไปทำสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ ก็ต้องวางตำแหน่งที่ดีที่สุด ต่อไปข้างหน้าแบรนด์ที่ไม่ใช่อันดับ 1- 2 - 3 ก็ไม่มีที่ยืน ก็เริ่มต้องเปิดหน้าตาตัวเองขึ้นมา เพราะฉะนั้นซัพพลายเออร์จึงมาเปิดร้านเอง เหมือนอย่างเสื้อผ้า เมื่อก่อนเคยอยู่มุมหนึ่งในห้างสรรพสินค้า ถึงจุดหนึ่งตัวเองต้อง Approach ตัวเองออกมาให้มีเอกลักษณ์ แทนที่จะอยู่ในห้าง ก็ต้องออกมาเปิดร้าน”
ภาพความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้เกิดการสลับขั้วกันของค้าปลีก และซัพพลายเออร์มาตลอดในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมานี้ เพราะต่างก็ต้องการจะคอนโทรลให้ได้ทั้งสายของระบบ เพราะคนที่คอนโทรลได้จะเห็นบางอย่าง โดยข้อดีของค้าปลีกก็คือ จะเห็นกระแสต่างๆ ได้เร็ว รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างขณะที่แบรนด์ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ ความลึก และความเข้าใจในตัวผู้บริโภค