จัดรายการส่งเสริมการขายประกันภัยร่วมกับเจมาร์ท อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ ให้กับลูกค้าที่มาซื้อสินค้าที่ร้านเจมาร์ท ทำให้โครงการนี้นอกจากจะดูแลเครื่อง (โทรศัพท์) ดูแลลูกค้าแล้ว ยังดูแลไปถึงความปลอดภัยในทรัพย์สินของลูกค้าของเจมาร์ทอีกด้วย ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยและทำตลาดให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันผ่านช่องทางกลุ่มบริษัทต่างๆในเครือเจมาร์ท (synergy ecosystem) จะเป็นทิศทางที่สำคัญของ เจพี ประกันภัย”
แม้ในปีนี้จะเรียกได้ว่าเป็นโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยดิสรัปชั่น และมีความยากในการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น เรากลับมองว่ายุคดิสรัปชั่นยังเป็นความท้าทายของบริษัทที่จะไม่ให้ถูกกลืนไปกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยบริษัทได้เตรียมความพร้อมในการสร้างโอกาสทางธุรกิจในยุคดิสรัปชั่น โฟกัสผ่าน 3 มุมมองหลัก ประกอบด้วย
มุมมองที่ 1การเปลี่ยนแปลงรูปแบบและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ (Business Model &StrategyTransformation) คือต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการบริหารงานและรูปแบบของการทำธุรกิจ เช่น กล้าที่จะออกผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบธุรกิจหรือช่องทางการขายเดิมๆ
มุมมองที่ 2 ด้านทักษะของคนในองค์กรเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิสรัปชั่น คนในองค์กรจึงต้องมีทักษะการทำงานหลายๆ ด้าน (Multi-Skills) โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีทักษะทางด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีรวมถึงต้องมีความกล้าที่จะใช้ดาต้า (Data)ในการขับเคลื่อนองค์กร นำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เข้าใจความต้องการ และทราบถึงปัญหาลูกค้าอย่างแท้จริง เหมือนการเข้าไปนั่งในใจลูกค้า
มุมมองที่ 3 กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานทั้งภายในองค์กร และกระบวนการทำงานที่ต่อเนื่องกับคู่ค้าและพันธมิตรภายนอก
"จากมุมมองทั้ง 3ด้านนั้น บริษัทจึงกำหนดนโยบาย พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อให้ตอบสนองและแก้ปัญหาอุปสรรค (Pain points) ให้กับลูกค้าได้อย่างตรงใจ โดยในปีนี้จะยังคงตอกย้ำมุมมองทั้ง 3ด้านให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น" ดร.ฉัตรชัยกล่าว
สำหรับเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวม บริษัทคาดว่าจะมีอัตราเบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโตขึ้น 15% จาก
ปีก่อน และตั้งเป้าเติบโตด้านกำไรอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโตถึง 100% จากปี 2561 ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทโฟกัสผลกำไรของแต่ละเดือนมาโดยตลอด และเห็นได้ว่าบางเดือนเริ่มกลับมามีกำไรบ้างแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดี
ดร.ฉัตรชัย กล่าวว่า ในส่วนของประกาศการลงทุนฉบับใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ซึ่งมีนโยบายในการขยายเพดานการลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ถือเป็นสิ่งที่ดีต่อการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น และยังเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทที่จะมองหาการลงทุนในด้านอินชัวร์เทค (InsurTech) ได้เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับปัจจุบันบริษัทวางตำแหน่งและกำลังทรานส์ฟอร์มบริษัท
ไปในทิศทางอินชัวร์เทคอยู่แล้ว จึงมองว่าประกาศการลงทุนฉบับใหม่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพทางด้านการลงทุนของบริษัทได้เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
"ปัจจุบัน เจพี ประกันภัย มีสินทรัพย์อยู่ที่ 664 ล้านบาท หากเทียบกับปีที่ผ่านมามีสินทรัพย์โตขึ้นในอัตรา
ร้อยละ 14 โดยมีกลุ่มเจมาร์ทเข้ามาร่วมทุนในสัดส่วนการถือหุ้นมากที่สุด 55% ถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินของบริษัท ให้มีศักยภาพและความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น”