คุณยาซุชิ โมริยามะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDGs หรือ Sustainable Development Goals ขององค์การสหประชาชาติ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพ รวมทั้งการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ควบคู่กับความปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันบริษัทดําเนินธุรกิจด้วยความตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สานต่อกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคม เพื่อเสริมสร้างพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมไทยให้ยั่งยืน
โดยในปีนี้ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์เปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ได้ก้าวเข้าสู่วาระครบรอบ 100 ปี ยังคงเดินหน้าประกอบธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อสร้างให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน และคาดว่าจะบรรลุยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านล้านเยน
ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเผชิญกับเศรษฐกิจชะลอตัวจากธุรกิจภาคส่งออกและกำลังซื้อภายในประเทศที่หดตัวลง แต่ภาพรวมของตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยยังขยายตัวไม่ต่ำกว่า 6% คิดเป็นมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท โดยสำหรับ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คาดว่ายอดขายในปี 2562 ซึ่งกำลังจะปิดปีงบประมาณในสิ้นเดือนมีนาคมนี้จะมีอัตราการเติบโต 7% ด้วยยอดขายรวม 15,500 ล้านบาท
ปัจจัยที่ทำให้ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เติบโตมากกว่าตลาด เป็นเพราะปีที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอนวัตกรรมสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการตลาด ทั้งฟังก์ชั่น Fast Cooling เย็นเร็วทันใจในปุ่มเดียว และฟิลเตอร์กรองอากาศ PM 2.5 ประสิทธิภาพสูงที่ช่วยกรองอากาศและตรวจจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 ไมครอนด้วยประจุไฟฟ้า ประกอบกับการยกระดับบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นจุดต่างที่สร้างความพึงพอใจและไว้วางใจให้ลูกค้ายังคงเลือกใช้แบรนด์มิตซูบิชิ อีเล็คทริค อย่างต่อเนื่อง
คุณประพนธ์ โพธิวรคุณ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัททุ่มงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท ขยายสาขาศูนย์บริการแต่งตั้ง มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ให้ครอบคลุมพื้นที่ใหม่ๆ ทั่วประเทศ รวมไปถึงศูนย์บริการสำหรับกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์ “สำนักงานสนับสนุนลูกค้าโครงการระบบปรับอากาศซิติมัลติ” ซึ่งเปิดให้บริการแล้วในหัวเมืองใหญ่ทั้งภูเก็ต เชียงใหม่ อุดรธานี ชลบุรี และนครศรีธรรมราช รวมถึงขยายเวลาการให้คำปรึกษาด้านเทคนิคและปัญหาการใช้งานผลิตภัณฑ์ผ่าน Hotline 1325 ในเวลา 08.30-19.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ พร้อมเปิดให้บริการซ่อมเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ประเภทด่วนพิเศษ Express Team Service ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับการแจ้งซ่อมจากลูกค้าในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และยังได้คิดค้นระบบ Smart Service Tool เครื่องมือพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อตรวจเช็คอาการผิดปกติของเครื่องปรับอากาศ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ระบบอินเวอร์เตอร์โดยเฉพาะ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ รวมทั้งได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้จัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างเครื่องปรับอากาศและการพาณิชย์ขนาดเล็ก ระดับ 1 เพื่อพัฒนาความสามารถของช่างเทคนิคไทย ซึ่งจะเปิดให้ช่างในเครือข่ายของศูนย์บริการมิตซูบิชิ อีเล็คทริค เเละช่างอิสระทั่วประเทศเข้าทดสอบได้ตั้งเเต่เดือน เม.ย.นี้ เป็นต้นไป
ในปี 2563 นี้ จะเป็นอีกปีที่ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เชื่อมั่นว่า ธุรกิจจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 8% คิดเป็นยอดขายรวม 16,700 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการเปิดตัวสินค้าใหม่ 3 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และพัดลม โดยมีโปรดักต์ไฮไลท์ ดังนี้