นอกจากนี้ ยังได้วางแนวทางที่จะนำพาผู้ประกอบการไปสู่ช่องทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งกรมฯ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ได้วางกิจกรรมส่งเสริมไว้เพิ่มเติมอีก 3 รูปแบบ ได้แก่
1. การจัดกิจกรรม Business Matching ออนไลน์ คือการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยกิจกรรมการเจรจาทางการค้า การนำเสนอสินค้า และการหาคู่ค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสที่จะสามารถจับคู่ธุรกิจการค้าได้ทั่วโลก ด้วยการย่อโลกธุรกิจ การเจรจาทางการค้าให้ง่ายและใกล้กันมากขึ้น
2. การจัดงานแสดงสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยแผนการจัดงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศนั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานการจัดงานแสดงสินค้าในรูปแบบใหม่ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์และเปิดกว้างให้ทั่วโลกสามารถเข้าถึงการจัดงานแสดงสินค้าได้ในรูปแบบ Multimedia Online Virtual Exhibition (MOVE) หรือ Virtual Trade Show ด้วยการจัดแสดงงานและเข้าชมงานแสดงสินค้าได้ในรูปแบบเสมือนจริง ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าชมงานได้อย่างเปิดกว้างมากขึ้นจากเดิม และสามารถเข้าชมได้จากทุกมุมของโลก อีกด้วย
3. การวางแผนและพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่เรียกว่า “NEA E-Learning Universe” เพื่อให้ผู้ประกอบการยังคงสามารถได้รับองค์ความรู้ใหม่ ๆ ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้เพิ่มมากขึ้นในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น 2 แพลตฟอร์มใหญ่ ได้แก่ 1) ระบบ NEA E-Learning ระบบการเรียนรู้ออนไลน์ 2)ระบบ Live & Webinar Class ซึ่งเป็นการปรับโฉมลักษณะการดำเนินโครงการฝึกอบรมและสัมมนาต่างๆของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่(NEA) โดยเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมจาก Offline ไปสู่ Online อย่างเต็มรูปแบบ