ชิ้นที่ 2 เป็นเรื่องราวของความสนิทสนมระหว่างคนสองเจเนอเรชันอย่าง อาโบ๊ท หลานชายคนโต และ อาม่า ความน่ารักอยู่ที่ไดอะล็อกระหว่างคนสองเจน ที่วันดีคืนดีอาโบ๊ทโทรมาหาอาม่าว่า “โบ๊ทจะซื้อกล้องฟิล์ม” อาม่างงทำไมต้องซื้อกล้อง โทรศัพท์ก็ถ่ายรูปได้ หลังจากโบ๊ทบรรยายสรรพคุณทุกอย่างเสร็จสรรพ เพื่อบอกว่า “ของมันต้องมี” พร้อมบอกราคากล้อง อาม่าตกใจจนลมจะจับ และคิดได้ว่าหลานชายตัวแสบเริ่มควบคุมการใช้เงินไม่ได้แล้ว จึงหลอกให้อาโบ๊ทสอนวิธีใช้แอพกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์สักหน่อย และเมื่ออาโบ๊ทเปิดแอพขึ้นมา ก็เจอการแจ้งเตือนว่า…
"ยอดใช้จ่ายเดือนนี้สูงแล้ว ระวังด้วยนะ”
อาม่า: เปิดละนะ...ลื้อเห็นอะไร?
โบ๊ท: เห็นว่าอดซื้ออะดิ
อาม่า: เออ ฉลาดเหมือนอั๊ว
โบ๊ทคิดได้ทันที ยอดเงินไม่พอก็อดไป...
งานนี้ต้องขอบคุณ “กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์” ที่มาช่วยดึงสติให้ทั้ง แฟนสาว และอาโบ๊ท ไม่ใช้เงินจนเกินตัว สะท้อนให้เห็นว่า… ไม่ว่าจะแฟนหนุ่มและแฟนสาว หรืออาม่าและโบ๊ท ก็อาจมองสิ่งเดียวกันเป็นคนละแบบได้ คนหนึ่งมองสั้นๆ คิดว่าต้องมี อีกคนมองยาวๆ เห็นว่าไม่จำเป็น
รู้ว่าอยากได้มาก... แต่อยากให้มีเครดิตดีมากกว่า และกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์นี่แหละที่จะมาเป็นตัวช่วยดูแลเครดิตทางการเงินให้ทุกคนเอง เพราะกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ เชื่อว่า "ถ้าคุณมีเครดิตดีทางการเงินที่ดี คุณก็จะพร้อมคว้าสิ่งดีๆ ที่รอคุณอยู่อีกมากมายในอนาคตได้” มองกันไปยาวๆ กับอนาคตข้างหน้า ถ้าไม่มีอาม่าหรือไม่มีแฟนให้ปรึกษาเรื่องการเงิน บอกกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ได้ เพราะกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์คือ จุดเริ่มต้น คนมีเครดิต