ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจะปรับตัวมากกว่าดัชนีตลาด (Outperform) น่าจะเป็นกลุ่มสื่อสาร เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากปริมาณการใช้ระบบข้อมูล (Data) ที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากกระแสการปรับพฤติกรรมการทำงานแบบ Work From Home เพื่อช่วยหยุดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเมื่อวิเคราะห์โอกาสทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมีความเป็นไปได้สูงที่พฤติกรรมในอนาคตผู้คนจะคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตกับโลกออนไลน์มากขึ้น
กลุ่มประกัน จากข่าวล่าสุดที่ออกมาจากสำนักงาน คปภ. พบว่าคนไทยแห่ซื้อประกันภัยโควิด จำนวนกว่า 7.1 ล้านฉบับ ภายในระยะเวลาสองเดือน หากไม่มีการเคลมประกันเกิดขึ้นจำนวนมหาศาล จะทำให้ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มนี้เติบโตขึ้น และจากเหตุการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดนี้น่าจะทำให้คนไทยมองเห็นว่าการทำประกันมีความสำคัญกับชีวิตมากขึ้น แต่อาจจะมีปัจจัยเสี่ยงจากพอร์ตการลงทุนที่จะต้องนำไปลงทุนต่อในสภาวะที่ตลาดการเงินผันผวนสูงรวมถึงแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง
กลุ่มอาหาร อาหารก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ โดยเฉพาะยิ่งในภาวะวิกฤตแบบนี้ความต้องการอาหารยิ่งมีเพิ่มขึ้น ทั้งผู้ผลิตอาหารสดและอาหารสำเร็จรูป
ณพวีร์ เน้นย้ำว่า ในช่วงเวลานี้ คือจังหวะที่ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและที่สำคัญ “อย่าใจร้อน” ไล่ซื้อหุ้น เพราะหมอกควันของวิกฤตยังไม่จางลง ยังไม่เห็นทางข้างหน้าว่ามีอุปสรรคอะไรรออยู่ ไม่จำเป็นต้องเล่นซื้อหุ้นจนหมดพอร์ตในตอนนี้
“หลังวิกฤตจบลงทุกครั้งจะเกิดเศรษฐีใหม่ ครั้งนี้ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น”