ในยุคที่โลกของธุรกิจและการตลาดมีการเปลี่ยนแปลงแบบทุกวินาที ผู้บริโภคมีความต้องการที่ซับซ้อน การรับสื่อมีความหลากหลาย เทคโนโลยีถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
แต่หลายครั้งที่เรามักจะย้อนกลับมาโหยหาถึงจุดเริ่มต้นและพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ว่าแท้ที่จริงแล้วสิ่งที่คนเราทุกคนต้องมีและมีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตมีอะไรบ้าง
Marketing you Know?? วันนี้จึงเราจึงอยากให้มาเรียนรู้กับความเป็นมนุษย์มากขึ้น โดยเฉพาะกับการทำ ให้แบรนด์กลายเป็นแบรนด์ที่มีชีวิตและมีความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น
โดยสตีเฟน แซมป์สัน ได้เขียนไว้ในหนังสือ Leadwes without Titles เกี่ยวกับผู้นำขององค์กรที่มีโครงสร้าง ในแนวราบไว้ว่า ผู้นำที่ดึงดูดใจให้คนมาทำงานด้วย แม้ว่าจะไม่มีอำนาจในการสั่งการคนเหล่านั้นเลยก็ตาม มักจะมีคุณสมบัติอยูj 6 ข้อ คือ รูปลักษณ์ที่ดึงดูดใจ (Physicality) - ความพร้อมในสติปัญญา (Intellectuality) - เข้ากับคนอื่นได้ (Socialbility) - เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น (Emotionlity) - รู้จักตนเอง (Personalbility) และ มีคุณธรรม (Morality)
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่แบรนด์ควรจะเรียนรู้ความเป็นมนุษย์จากคุณลักษณะทั้ง 6 ข้อนี้ เพื่อที่จะเปลี่ยนจากแบรนด์ ที่ขายสินค้าให้กลายเป็นเพื่อนที่ผู้บริโภคไว้วางใจ และนี่คือ 6 เหตุผล ที่แบรนด์ควรให้ความสำคัญกับความ เป็นมนุษย์
1. รูปลักษณ์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
คนที่มีรูปลักษณ์ดีดึงดูดใจ มักจะมีพลังที่โน้มน้าวใจได้ดีกว่า แบรนด์ที่อยากดึงดูดใจผู้บริโภคจึงต้องมี คุณลักษณะที่มีรูปลักษณ์ที่น่าประทับใจ แตกต่างอย่างโดดเด่น แม้จะไม่มีความสมบูรณ์แบบในทุกเรื่องก็ตาม เช่นเดียวกันกับคนทั่วไปเรามักจะประเมินจากรูปร่างหน้าตา การแต่งกาย ก่อนนิสัยใจคอเสมอ
ในมุมของการสร้างแบรนด์ รูปลักษณ์ที่ดีเกิดจาก Brand Identity หรืออัตลักษณ์ของแบรนด์ เช่น การออกแบบ โลโก้ที่สวยงาม หรือแม้แต่สโลแกนที่คมกริบโดนใจ
นอกจากนี้ยังมาจากการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือการนำเสนอที่ผู้บริโภคประทับใจ
2. ฉลาด และสร้างสรรค์
มนุษย์เราทุกคนล้วนแล้วแต่อยากมีความเป็นเลิศทางสติปัญญาและความฉลาด ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง ทำให้แบรนด์ก็ต้องเพิ่มมิติความเป็นมนุษย์ในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน หรือบางครั้งเราอาจจะมองว่าแบรนด์ ที่มีความฉลาด มีสติปัญญาที่เพรียบพร้อมเป็นแบรนด์ที่มีนวัตกรรม
แน่นอนว่า กฎสำคัญของข้อนี้ก็คือ การแก้ไขปัญหาบางอย่างของผู้บริโภคให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มิใช่มีแต่ความฉลาดและสร้างนวัตกรรมจนความต้องการของผู้บริโภคตามไม่ทัน
3. เป็นเพื่อนที่ดี เข้ากับทุกคนได้
ลองนึกถึงเพื่อนร่วมงาน ถ้าคุณเป็นคนที่เฟรนด์ลี่ สามารถเข้ากับทุกคนได้ ก็จะทำให้คุณสามารถใช้ช่วงเวลา กับการทำงานได้อย่างมีความสุข และราบรื่น แน่นอนว่าจะทำให้คนนั้นมีความมั่นใจในการติดต่อกับผู้อื่น มีทักษะในการสื่อสารในทุกรูปแบบ
แบรนด์ที่มีคุณลักษณะในข้อนี้ก็จะทำให้มีความเป็นมนุษย์เพิ่มมากขึ้น สามารถรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ เป็นอย่างดี ทั้งการพูดคุยกับลูกค้า การรับฟังความคิดเห็น การตอบคำถาม การแก้ไขปัญหาของลูกค้าอย่าง เอาใจใส่ การติดตามการพูดคุยของลูกค้าเพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุง หรือแม้แต่การแบ่งปันข้อมูล ที่เป็นประโยนชน์กับลูกค้าอยู่เสมอ
4. ใจเขา ใจเรา คือสิ่งที่ต้องเข้าใจ
ใครก็ตามที่สามารถทำอะไรก็ตามอย่างเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้าง เขาผู้นั้นก็มักจะได้ใจ หรือเป็น คนที่สามารถโน้มน้าวใจได้สูง แน่นอนว่าแบรนด์เองก็ควรเรียรรู้ที่จะเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น โดยเฉพาะ ผู้บริโภค เพราะนั่นจะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคทำในวิ่งที่แบรนด์ต้องการได้
5. รู้จักตัวเอง
ก่อนอื่นเลยแบรนด์ต้องยอมรับก่อนว่ายังมีเรื่องอีกมากที่ต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะกับตัวตนของตัวเอง หรือที่เรา คุ้นเคยกับคำว่า Brand Purpose
สำหรับความเป็นมนุษย์การรู้จัก และเข้าใจตัวเอง เป็นสิ่งที่แสดงออกได้ถึงความมั่นใจ แบรนด์ที่มีคุณลักษณะ ความเป็นมนุษย์ในข้อนี้จะรู้ตัวเองเสมอว่าแบรนด์มีวัตถุประสงค์อะไร เกิดมาเพื่อแก้ไขปัญหาอะไรให้กับ ผู้บริโภคและสังคม ที่สำคัญคือ ยังกล้าที่จะยอมรับว่ามีข้อบกพร่องรวมถึงยอมรับผลที่ทำไปเสมอ
6. มีคุณธรรม
เป็นพื้นฐานของคนทั่วไป คุณธรรม อาจจะไม่ได้มีความหมายกว้างมาก แต่เราสามารถจำกัดวงของ ความหมายไว้คือ ความซื่อสัตย์ รู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก และไม่เอาเปรียบผู้อื่น สำหรับแบรนด์ที่มีคุณธรรม จะขับเคลื่อนธุรกิจด้วยค่านิยมที่ถูกต้อง การตัดสินใจทุกอย่างจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความมีจรรยาบรรณ ที่ไม่ใช่แค่เป้าหมายในเชิงธุรกิจ แต่เป็นคำมั่นสัญญาที่มีต่อลูกค้า พนักงาน คู่ค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม
ลองเช็คกันดูเลยได้เลยครับว่าแบรนด์ของคุณมีคุณลักษณะครบทั้ง 6 ข้อหรือไม่ เพราะความเป็นมนุษย์ จะทำให้แบรนด์ของคุณกลายเป็นเพื่อนที่ผู้บริโภคมีความไว้วางใจ