BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,879
VIEWS

3 เดือนหนังฮอลลีวู้ด สูญ 1.5 แสนล้านบาทจากโควิด-19

เม.ย. 15, 2563 A.Kanitha

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในฮอลลีวู้ดกำลังสูญเสียเงินจำนวน 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.5 แสนล้านบาท อันเป็นผลมาจากไวรัส และผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะจนถึงตอนนี้มีหนังฮอลลีวู้ดที่เป็นหนังฟอร์มยักษ์เลื่อนฉายไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 20 เรื่อง  

โปรโมทแล้วแต่ต้องเลื่อนฉาย

คอหนังอาจจะเจ็บใจที่ไม่ได้ดูหนัง แต่สำหรับค่ายหนังต้องเรียกว่าเจ็บตัวอย่างหนัก เพราะหนังฟอร์มยักษ์ บางเรื่องก็โปรโมทไปบ้างแล้ว อย่างเช่น A Quiet Place Part II ภาคต่อของหนังไซไฟเขย่าขวัญในปี 2008 ที่ทำเงินสูงถึง 340 ล้านเหรียญทั่วโลก จากค่าย Paramount Pictures เพิ่งจัดงานฉายรอบปฐมทัศน์อย่างยิ่งใหญ่ในนิวยอร์กเมื่อกลาง มีนาคมที่ผ่านมา รวมไปถึง James Bond: No Time To Die ซึ่ง MGM ประกาศเลื่อนฉายจากเดือนเมษายนไปเดือน พฤศจิกายน ทั้งที่ปล่อยเพลงเจมส์ บอนด์ ธีม ของบิลลี่ ไอลิช และทุ่มงบโฆษณามูลค่า 4.5 ล้านเหรียญในศึกซูเปอร์โบวล์ ไปแล้วก็ตาม ทำให้เวลานี้ MGM ได้สูญเสียเม็ดเงินจากการเลื่อนฉายนี้ไปแล้วรวมๆ ถึง 50 ล้านเหรียญ จากการบริหาร จัดการ การสูญเสียโฆษณาและสปอนเซอร์ที่ไทอินกับหนัง

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ยังไม่นับรวมถึงตลาดหนังในเมืองจีนซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ อันดับ 2 ในบ๊อกซ์ออฟฟิศ รองจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งที่นี่ก็ทำให้ฮอลลีวู้ดบาดเจ็บสาหัสไม่แพ้กัน หลังทางการจีนประกาศ ปิดโรงหนังไปเกือบทั่วประเทศจำนวน 70,000 โรง ทำให้มีการคำนวณว่าสูญเสียรายได้จากการฉายหนังไปมากถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6,200 ล้านบาท

ค่ายหนังดิ้นลง Streaming  

ในขณะที่ค่ายหนังยอมรับการเลื่อนฉายหนังออกไปด้วยความขมขื่น แต่บางค่ายก็ต้องดิ้นเพื่อความอยู่รอด ด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนแม้รู้ดีอยู่แก่ใจว่า รายได้จากตั๋วยังสูงกว่ายอดขายแผ่นหรือ Streaming อยู่มาก ก็ตาม เช่น ยูนิเวอร์แซล ประกาศว่า ภาพยนตร์ “โทรลล์ส เวิลด์ ทัวร์” ซึ่งจะเข้าโรงในวันที่ 10 เมษายนนี้ จะเปิดให้รับชมได้ พร้อมกันทั้งในโรงภาพยนตร์ และการเช่าออนไลน์ นอกจากนี้ ภาพยนตร์ที่กำลังฉายในโรงอย่าง The Invisible Man, The Hunt และ Emma จะเปิดให้เช่าผ่านออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมเป็นต้นไป ในราคา 19.99 เหรียญสหรัฐ เร็วกว่าปกติที่ จะต้องรอ 90 วันหลังภาพยนตร์เข้าโรง

ขณะเดียวกัน ยักษ์ใหญ่ของวงการอย่าง “วอลต์ ดิสนีย์” ได้เปิดให้ผู้ชมได้ดูภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง เช่น สตาร์ วอร์ส และโฟรเซ่น ภาค 2 บนแพลตฟอร์มดิสนีย์ พลัสก่อนกำหนดเดิม โดย โฟรเซ่น ภาค 2 จะเปิดให้สมาชิกใน อเมริการับชมผ่านทางดิสนีย์ พลัส ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม ซึ่งนับว่าเร็วกว่ากำหนดเดิมถึง 3 เดือน

ส่วนยักษ์วงการภาพยนตร์ยังอนุญาตให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ อาทิ กูเกิล, ไอทูนส์, อเมซอน และวูดู ขายภาพยนตร์ “สตาร์ วอร์ส : กำเนิดใหม่สกายวอล์กเกอร์” ในรูปแบบดิจิทัลได้ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม หรือเร็วกว่ากำหนดการเดิมเกือบ 1 สัปดาห์

แต่เพื่อเป็นการหยุดเลือด ทางสมาคมโรงหนังอเมริกันต่างๆ ได้เริ่มเจรจากันแล้วว่า โรงภาพยนตร์ในอเมริกา จะกลับมาเปิดและให้บริการอีกครั้งในอีก 2 เดือนข้างหน้า

แม้ความหวังการกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งนั้นจะดูริบหรี่ก็ตาม แต่สมาคมโรงหนังอเมริกาก็ให้เหตุผลว่า ดีกว่า ไม่ได้กำหนด Timeline เอาไว้เลย

เมเจอร์ฯ รายได้หาย 70% ทันที

กลับมาที่โรงภาพยนตร์ในประเทศไทยกันบ้าง ซึ่งสถานการณ์ก็คงไม่ต่างจากฮอลลีวูดเท่าไหร่นัก เพราะหนังที่ ฉายในบ้านเรากว่า 80% นำเข้ามาจากฮอลลีวู้ด โดยเฉพาะ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ในฐานะผู้นำตลาด ย่อมบาดเจ็บมากที่สุด เพราะการปิดโรงภาพยนตร์ทำให้บริษัทสูญเสียรายได้ไป 70% อันสืบเนื่องมาจากสัดส่วนดังกล่าวมาจากธุรกิจ โรงภาพยนตร์รวมไปถึงโฆษณาในโรงภาพยนตร์ด้วย

ยิ่งหนังดังฟอร์มยักษ์อย่าง Fast & Furious 9 เพียงเรื่องเดียวเลื่อนฉาย 1 ปีเต็ม ไปเป็นเดือน เม.ย. 2564  ก็ทำให้สร้างผลกระทบไม่น้อย เพราะเป็นหนังทำเงินที่มีรายได้กว่า 400-500 ล้านบาทต่อภาค และเป็นหนังที่ทำรายได้ ประจำปีสูงที่สุดติดอันดับ 1-2 ของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ มาโดยตลอด

ก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่า ภาครัฐจะออกมาผ่อนปรนมาตรการต่อไปอย่างไร เพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทาง เศรษฐกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ 

 

เมื่อ ‘จอกว้าง’ คือ “จิตวิญญาณ” เจาะลึกเหตุผลที่ฮอลลีวูดปกป้องโรงภาพยนตร์ในยุคสตรีมมิ่งครองเมือง

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้ PALLY SOCKS เป็นเนมมิ่งสปอนเซอร์ เปิดตัวโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก “PALLY Kids Cinema” ที่เมกา ซีนีเพล็กซ์ บางนา

“Disney and Pixar’s Inside Out 2 มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง 2” ยกขบวนมาทักทายผู้ชมบนท้องถนนทั่วกรุงเทพฯ ก่อนฉายจริง 12 มิถุนายน ในโรงภาพยนตร์

“เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” ปลุกธุรกิจโรงภาพยนตร์คึกคัก กำไร Q1 โต 2 เท่า บิ๊กเนมพาเหรดร่วมทำ “Naming Sponsor”

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ คว้ารางวัล Top Influential Brands Awards 2023 ตอกย้ำความสำเร็จสุดยอดแบรนด์โรงภาพยนตร์ที่ครองใจผู้บริโภค

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ คว้ารางวัล “2024THAILAND’S MOST ADMIRED BRAND” ตอกย้ำแบรนด์โรงภาพยนตร์ที่ผู้บริโภคเชื่อถือมากที่สุด

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact