3) การค้าภาคบริการ
การค้าภาคบริการ (trade in services) มีแนวโน้มเติบโตตามภาพรวมของเศรษฐกิจโลก โดยภาคธุรกิจและผู้ประกอบการจะมุ่งเน้นการสร้างมูลค่า (value) ของสินค้าผ่านรูปแบบการบริการ (service) มากขึ้น และรูปแบบของธุรกิจภาคบริการจะได้รับผลกระทบจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างมาก โดยเฉพาะความก้าวหน้าในด้านดิจิทัล กล่าวคือ ธุรกิจภาคบริการจะมีรูปแบบธุรกิจใหม่เกิดขึ้น ยกตัวอย่าง ด้านนวัตกรรมภาคบริการ (service innovation) ที่จะไม่จำกัดรูปแบบของนวัตกรรมอยู่เพียงแค่ในด้านการท่องเที่ยวหรือด้านสุขภาพเท่านั้น แต่จะมีรูปแบบอุบัติใหม่ เช่น การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การให้บริการธนาคารทางมือถือ (m-banking) การจัดการตราสินค้า (brand management) ฯลฯ
จากสถานการณ์แนวโน้มดังกล่าวภาคธุรกิจและผู้ประกอบการของประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก ควรสร้างมูลค่าของสินค้าและปรับรูปแบบธุรกิจให้หันมามุ่งเน้นการบริการที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้น รวมทั้งคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของการขยายตัวของเขตเมือง (urbanization) คุณภาพของการบริการ (service quality) การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร และการบริหารจัดการทรัพยากรต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
4) การค้าชายแดน
ทิศทางและการขยายตัวของการค้าชายแดนจะขึ้นอยู่กับเสถียรภาพทางการเมือง และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในภาพรวมของการค้าชายแดนมีแนวโน้มขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้จากการจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนและรายได้จากกลุ่มสินค้าสำเร็จรูป เช่น อาหาร เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ฯลฯ จะทยอยลดบทบาทและความสำคัญลง เนื่องจากแนวโน้มการเปิดเสรีทางการค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของประชาคมอาเซียนและกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
ส่วนการค้าชายแดนด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินยังคงต้องพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุนของกลุ่มประเทศอาเซียนให้มีความพร้อมมากขึ้น ขณะที่ในการเสริมสร้างศักยภาพการค้าชายแดนของประเทศไทย ภาครัฐควรพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการค้าชายแดน อาทิ ด้านระบบโลจิสติกส์ การอำนวยความสะดวกทางการค้า การพัฒนามาตรฐานสินค้าที่อยู่บนบรรทัดฐานเดียวกัน (single standards) การวางแผนการผลิตและเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิต (supply chain security) ความสามารถในการผลิตสินค้าที่ปรับตามความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแพร่หลาย (mass customization) และการบริหารจัดการต่าง ๆ ให้เกิดความคล่องตัวในการค้า
ในรายงานฉบับนี้ ยังได้ดำเนินการศึกษาประเด็นด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมุ่งเน้นด้านการศึกษาและแรงงาน ใน 3 หัวข้อ
1) สถานการณ์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์: การศึกษาและแรงงาน
2) แนวโน้มความท้าทายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต
3) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
โดยทั้งสองประเด็นล้วนเป็นประเด็นกุญแจพื้นฐานสำคัญต่อการบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ซึ่งศูนย์ศึกษาวิเคราะห์แนวโน้มด้านการค้าและการพัฒนา สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา คาดหวังว่า ผลการศึกษาปรากฏดังรายละเอียดในรายงานฉบับนี้ จะนำไปสู่การดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับประเทศไทยในบริบทของการค้าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะข้างหน้าต่อไป