“ในส่วนของการรับผลิตนั้น ซาบีน่าได้รับการตอบรับที่ดีมากจากหน่วยงานต่างๆ ที่ติดต่อเข้ามา เนื่องจากไว้วางใจในคุณภาพวัตถุดิบ โดยเฉพาะผ้าที่คุณภาพดี รวมถึงกระบวนการผลิต การตัดเย็บ การตรวจสอบคุณภาพภายใต้มาตรฐาน ซาบีน่า ซึ่งในส่วนนี้เราเชื่อว่า ตลาดยังโตได้อีกมาก เนื่องจากหลังจากวิกฤติโควิด-19 คลี่คลาย ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่ทุกอย่างจะเป็นความปกติภายใต้มาตรฐานใหม่หรือ “นิว นอร์มอล” (New Normal) ที่หน้ากากผ้ายังมีความจำเป็นอย่างมาก โดยขณะนี้โรงงานผลิตของซาบีน่าทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย ยโสธร, ชัยนาท, บุรีรัมย์, พุทธมณฑลสาย 5 และท่าพระ สามารถรองรับคำสั่งซื้อที่มีเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง” บุญชัย กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้ผลิตหน้ากากผ้าภายใต้แบรนด์ “SABINA” โดยพร้อมแล้วที่จะวางจำหน่ายหน้ากากผ้า Triple Mask (ทริปเพิ้ล มาส์ก) ในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยคุณสมบัติเฉพาะของหน้ากากผ้า Triple Mask (ทริปเพิ้ล มาส์ก) ของซาบีน่า จะเป็นหน้ากากผ้าพรีเมียม ปกป้องถึง 3 ชั้น ด้วยนวัตกรรม Magic Silver Innovation ที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย และได้รับการรับรองมาตรฐาน SEK จากประเทศญี่ปุ่น สามารถซักและนำมาใช้ซ้ำได้ จะวางขายในราคาเพียงชิ้นละ 100 บาท โดยเริ่มขายผ่านช่องทางออนไลน์ตลอดจนจุดขายพิเศษใหม่ๆ และเตรียมพร้อมวางขายหน้าร้านเมื่อจุดขายเปิดทำการตามปกติ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ซาบีน่าได้จำหน่ายหน้ากากผ้า ภายใต้คอลเลคชั่น “ThaiFruit” โดยวางจำหน่ายในราคาชิ้นละ 150 บาท พร้อมกับชุดชั้นในคอลเลคชั่นเดียวกัน โดยจุดเด่นหน้ากากผ้าจะมีลายเดียวกันกับลวดลายชุดชั้นใน ซึ่งเน้นลวดลายผลไม้ไทยสีสันสดใสรับกับช่วงซัมเมอร์ เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ทำให้ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว