BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
4,060
VIEWS

SACICT เผยคุณค่าความเป็นไทยใน 5 ด้าน มุ่งผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่สากล

พ.ค. 15, 2563

SACICT หรือ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ภายใต้วิสัยทัศน์สื่อสารคุณค่าความเป็นไทยใน 5 มิติ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานงานศิลปาชีพช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน และผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่โลกยุคใหม่ โดยสร้างมาตรฐานความเป็นเลิศ ส่งเสริมการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศให้หัตถกรรมไทยเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก

พรพล เอกอรรถพร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT มีหน้าที่ในการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรมในท้องถิ่นต่าง ๆ จึงมีความ “ศักดิ์สิทธิ์” ในทุกมิติของการดำเนินงาน นำมาสู่ความภาคภูมิใจใน “คุณค่าความเป็นไทย” ที่สั่งสมและสืบทอด ทักษะเชิงช่าง ภูมิปัญญาผ่านงานศิลปหัตถกรรมตามแนวทางศิลปาชีพ รวมถึงงานศิลปหัตถกรรมในท้องถิ่น ผ่านทาง ครูศิลปาชีพ สมาชิกศิลปาชีพ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิกผู้ประกอบการงานศิลปหัตถกรรมในแขนงต่างๆ ซึ่งเมื่อนำมาผนวกกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้วยจินตนาการผ่านมุมมองอันไร้ขีดจำกัด ย่อมก่อเกิดเป็นผลงานหัตถกรรมที่ทรงคุณค่าความเป็นไทย พร้อมมาตรฐานชั้นเลิศที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดย SACICT ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผู้สร้างสรรค์งานหัตถกรรมไทย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และพัฒนาด้านการตลาดอย่างบูรณาการเพื่อจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจใน “คุณค่าความเป็นไทย” SACICT จึงมีหน้าที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศ และในเวทีโลกได้สัมผัสและซาบซึ้งในคุณค่าความเป็นไทยนี้ เพื่ออยู่คู่สังคมไทยตลอดไปอย่างภาคภูมิ

“SACICT คุณค่าความเป็นไทย” จึงเป็นกรอบการดำเนินงาน เพื่อให้การสื่อสารคุณค่าความเป็นไทยไปสู่สายตาคนไทยและประชาคมโลกผ่านงานหัตถศิลป์ไทย ดังนี้

คุณค่าในงานศิลปาชีพ คุณค่าของการอนุรักษ์สืบสานพระราชปณิธานงานด้านศิลปาชีพ เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้มีอาชีพและรายได้จากการทำงานหัตถกรรมพื้นบ้าน สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัว ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านและชุมชนให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เพื่อช่วยกระจายรายได้แก่เศรษฐกิจฐานราก ให้เกิดความมั่นคง เข้มแข็ง และยั่งยืน รวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาสู่คนรุ่นใหม่ ในการเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้งานศิลปาชีพบนฐานข้อมูล Archive

คุณค่าแห่งนวัตกรรมเทคโนโลยีสร้างสรรค์  คุณค่าในการนำความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในกระบวนการผลิต การบริหารจัดการ และการตลาด ให้กลายเป็นผู้ประกอบการงานหัตถศิลป์ซึ่งก้าวทันโลก ปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกตลอดเวลา พัฒนาวงการหัตถศิลป์ไทยให้ก้าวไกลสู่สากล

คุณค่าของสังคมไทยที่เติบโตอย่างยั่งยืน คุณค่าที่งานหัตถศิลป์ได้กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สังคมไทยมีความสุข ผู้บริโภคสามารถแบ่งปันช่วยเหลือสนับสนุนชาวบ้านจากการอุดหนุนซื้อใช้ ขณะเดียวกันชุมชนมีความเข้มแข็งจากการพึ่งพาตนเอง ประกอบสัมมาอาชีพจากงานศิลปหัตถกรรม ไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานเข้ามาเป็นแรงงานในเมืองใหญ่ มีสัมพันธภาพภายในครอบครัวที่เหนียวแน่น ส่งผลให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็ง

ทั้งนี้ SACICT ได้ดำเนินงานอย่างมียุทธศาสตร์ที่มีการบูรณาการให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทั้งในด้านความมั่นคงในการเสริมสร้างพลังแห่งความจงรักภักดี อันพึงมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถา บันหลักซึ่งเป็นหัวใจของคนไทยทั้งชาติ โดยได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ 4 มิติคือ การสืบสานคุณค่าด้านงานศิลปาชีพ, ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่โอกาสทางการตลาด, การตลาดศิลปาชีพเชิงบูรณาการ และ การยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศ

ผู้อำนวยการ SACICT กล่าวถึง แผนการดำเนินงานเร่งด่วนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19  ทำให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งอุตสาหกรรมงานศิลปหัตถกรรมไทย พบว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์หัตถกรรมในช่วงไตรมาสแรกลดลงถึง ร้อยละ 66.79 เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ผ่านมา อีกทั้งการบริโภคภายในประเทศเองก็ลดลงเนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตงานหัตถกรรมทั้งที่เป็นชาวบ้านและชุมชน รวมทั้งผู้ประกอบการ ดังนั้นเพื่อก้าวข้ามผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน SACICT จึงได้เร่งประสานพลังกับชุมชนต่างๆ นำจุดแข็งที่มีทั้งด้านองค์ความรู้ภูมิปัญญางานหัตถกรรม วัตถุดิบในท้องถิ่น มาผลิตสินค้าหน้ากากทางเลือกเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในสถานการณ์โควิด สร้างสรรค์จนเกิดเป็นโครงการ “หน้ากากจากหัวใจชุมชน” โดยนำผ้าฝ้ายจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถมาเป็นวัตถุดิบออกแบบตัดเย็บร่วมกับผ้าพื้นถิ่นในชุมชนหัตถกรรมที่มีครูฯ,ทายาทฯ หรือสมาชิกของ SACICT เป็นศูนย์กลาง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ดำเนินการไปแล้วในหลายชุมชน อาทิ ชุมชนหัตถกรรมหนอง บัวแดง จ.ชัยภูมิ, ชุมชนบ้านหัวฝาย จ.ขอนแก่น, ชุมชนหัตถกรรมบ้านดอนยายเหม จ.สุพรรณบุรี, ดาหลาบาติก จ.กระบี่ และชุมชนบาราโหม จ.ปัตตานี เป็นต้น โดยขณะนี้ได้เร่งขยายไปยังชุมชนหัตถกรรมทั่วประเทศ โครงการนี้สามารถสร้างคุณค่า ทั้งมิติด้านเศรษฐกิจในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน มิติด้านวัฒนธรรมที่เกิดการอนุรักษ์สืบทอดงานหัตถกรรมไทยในชุมชน และมิติด้านสังคมคือกลุ่มแรงงานในเมืองใหญ่และต่างประเทศกลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด โดยแรงงานหนุ่มสาว กลุ่มคนรุ่นใหม่ เด็กเยาวชน และคนพิการที่เข้าร่วมโครงการ เห็นถึงคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทยว่า สร้างรายได้ที่มั่นคงช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตในยามยากและสามารถประกอบเป็นอาชีพอย่างยั่งยืนได้

นอกจากนี้  SACICT ยังมีแผนรองรับภายหลังสถานการณ์ โควิด-19 คลี่คลายลง เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง และสร้างปรากฏการณ์หัตถศิลป์ไทยในโลกยุคใหม่ อาทิ การจัดงานหัตถกรรมระดับประเทศเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตในช่วงปลายปีนี้ การสร้างความนิยมผ้าไทยในกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านการจัดการประกวดระดับนานาชาติ รวมทั้งการพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ ผลักดันสินค้า GI เรื่องลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรต่างๆ รวมทั้งการหาตลาดใหม่ๆ เช่น ตลาดต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง ตลาดในกลุ่มนักสะสม เปลี่ยนงานศิลปหัตถกรรมทั่วไปให้เป็นชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีซ รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง หน่วยธุรกิจของชุมชนมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น สอดรับกับกำลังซื้อภายในประเทศมีบทบาทและความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีการพึ่งพาการผลิตในประเทศมากขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมที่มีฐานการผลิตและการนำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบจากต่างประเทศหยุดชะงักลง ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคในความปกติใหม่นี้เอื้อให้ตลาดของงานศิลปหัตถกรรมเกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้น ดังนี้

• ผู้คนหันมาทำงานหัตถกรรมเพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องจากตอนช่วงที่อยู่บ้านในสถานการณ์โควิด มีเวลาได้ทดลองเรียนรู้การทำงานคราฟต์ต่างๆ ประกอบกับภาวะของความเครียด กังวลใจจากการแพร่ระบาดของไวรัส ทำให้ผู้คนพบว่างานศิลปหัตถกรรมสามารถช่วยบำบัดความเครียด ความเหงา และช่วยผ่อนคลายจิตใจได้ ทำให้เกิดพฤติกรรมต่อเนื่องจนเป็นวิถีใหม่

•  การเพิ่มทักษะหัตถกรรมแก่ผู้ที่สนใจทำได้ง่ายและกว้างขวางขึ้น โดยการเพิ่ม”คราฟต์สกิล”  ผ่านเทคโนโลยีเรียนรู้วิธีทำงานคราฟต์ผ่าน E-Learning เกิดการเรียนรู้หัตถกรรมไทยได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่าน SACICT Application เพื่อก้าวสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล

•  การเชื่อมโยงตลาดหัตถกรรมสู่ตลาดโลกได้อย่างไร้รอยต่อ SACICT ได้จับมือกับพันธมิตรแสวงหาตลาดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการดำเนินงานด้านการตลาดเชิงรุก ผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผ่าน E-Commerce Platform ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต Logistic และจำหน่ายซื้อขาย Distribute ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและหัตถกรรมไทย

•  การนำเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ เพิ่มทักษะและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยส่งเสริมให้เป็น Smart Crafts SMEs หรือผู้ประกอบการงานคราฟต์อัจฉริยะ ส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานหัตถศิลป์ เพื่อทุ่นแรง ลดต้นทุน และการเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น

•  การจับมือพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อพัฒนาวงการหัตถกรรมไทย เช่น การเร่งพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของผ้าไทย โดยการจับมือร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการพัฒนาผ้าไหมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ โดยการเคลือบนาโน เพื่อช่วยไม่ให้ยับง่าย สามารถซักรีดธรรมดาได้ไม่ต้องส่งซักแห้ง มีกลิ่นหอมเมื่อตากแดด ซึ่งจะทำให้คุณสมบัติของผ้าไหมสามารถใช้งานได้นานและง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับและพัฒนาหัตถศิลป์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดงานพิธีปิด Agro Journey Hunter

สสส. เปิดตัวแคมเปญออนไลน์ “AIR YOU CAN EAT” ผ่านแอปฯ “Airvisible” ปลุกคนไทยตื่นตัวสู้ฝุ่น PM 2.5

ดีพร้อม เร่งติดปีกนักธุรกิจไทยในงาน “Creative Content for Business 2021”

วว. เดินหน้าช่วย SMEs สนับสนุน BCG Model และจุลินทรีย์เพิ่มมูลค่าสินค้า

“ดีป้า” เผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล Q2/64 ทรงตัว แม้ยังเจอวิกฤตโควิด-19 แนะรัฐเพิ่มบริการ

“ดีป้า” ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 4

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก นิวยอร์กยืนหนึ่ง โตเกียวคืนฟอร์ม ไทยร่วงสู่อันดับ 100 ตามหลังเวียดนาม

ถอดรหัส “Prime Generations” เมื่อ Gen X ค้นพบตัวเองอีกครั้ง และ Baby Boomers กำลังออกแบบชีวิตใหม่

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

Read More Stories  

Digest

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ชวนสายสุขภาพร่วมกิจกรรม “Safety Run by Merz Aesthetics” ประสบการณ์ Run Club ครั้งแรกใจกลางเมือง

Betagro Next Gen รุ่นที่ 3 เปิดเวทีคนรุ่นใหม่ผู้มีศักยภาพ สู่เส้นทาง Future Leaders ในองค์กรอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย

สงกรานต์นี้เดินทางอย่างมั่นใจ FWD ประกันชีวิต แจกประกันอุบัติเหตุฟรี

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact