จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ สู่การสร้างสรรค์โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุด “ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร- ราชพฤกษ์” (Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek) บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท บนทำเลสม บูรณ์แบบ สะดวกสบายทุกการเดินทาง ติดถนนราชพฤกษ์ เข้าสู่ถนนสาทร เพียง 10 นาที ใกล้รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สถานีบางหว้า เพียง 450 เมตร เพียง 6 สถานี เข้าสู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพ (CBD) พร้อมทั้งยังเป็นจุดอินเตอร์เชนจ์เชื่อมต่อระหว่าง MRT สายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ ใกล้สะพานกรุงเทพและสะพานตากสิน รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า อาทิ เดอะมอลล์ ท่าพระ ซีคอน บางแค ไอคอนสยาม แหล่งช้อปปิ้ง ได้แก่ ตลาดเสนีย์ ตลาดพลู ตลาดเดินเล่น สาขาท่าพระ ทั้งยังใกล้กับสถาบันการศึกษา รร.สตรีวัดอัปสรสวรรค์ รร.กรุงเทพ คริสเตียนวิทยาลัย รร.อัสสัมชัญ และโรงพยาบาลชั้นนำ อาทิเช่น รพ.พญาไท 3 รพ.บางไผ่ และ รพ.ศิริราช
ชัยจักร วทัญญู ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ กล่าวถึง แนวคิดการสร้างสรรค์ โครงการคอนโดฯ ว่า ในปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวของที่อยู่อาศัย มีความต้องการพื้นที่ใหม่ๆ เพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม อาทิ การ Work from Home ลดการออกไปใช้ชีวิตภาย นอก ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในที่พักอาศัยมากขึ้น จึงมุ่งเน้นการออกแบบฟังก์ชันต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน
สำหรับโครง การ “ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร-ราชพฤกษ์” ชูการออกแบบภายใต้แนวคิด “Naturalism” ให้ธรรมชาติกับอาคารผสานกัน ทำให้เกิดการระบายอากาศที่ดี จากการจัด Layout อาคารและแผงต้นไม้ (Green Panel) ที่ออกแบบมาช่วยให้กรองฝุ่นและมลภาวะต่างๆ ก่อนเข้าสู่อาคาร โดดเด่นด้วยฟังก์ชันพื้นที่ส่วนตัวและส่วนกลางที่รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุค New Normal โดยโครงการคอนโดฯ เป็นอาคารสูง 33 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้องชุดพักอาศัย 565 ยูนิต (ห้องพักอาศัย 563 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต) ทุกห้องพักอาศัย พร้อมเพดานสูง 2.7 เมตร ทุกห้องพักอาศัย จัดสรรเป็นห้องพักอาศัยที่มีหลากหลายแบบห้องตั้งแต่ 29-103.5 ตร.ม. และสำหรับห้องขนาด 35 ตร.ม.ได้สร้างสรรค์พื้นที่การใช้งาน “Favorite Corner” ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์ที่โปรดปราน ตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการนำความสำคัญของการ เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) มาปรับใช้ในการออกแบบฟังก์ชันการใช้สอยพื้นที่ส่วนกลางให้มีการกระจายตัว พร้อมสร้าง “Ventilated Courtyard” กลางอาคาร เพื่อให้เกิดการไหลเวียนอากาศที่ดี ลดความอับชื้น เชื้อโรค อีกทั้งยังเน้นการกระจายพื้นที่ส่วนกลางหลากหลายบริเวณ มีลักษณะพื้นที่และพฤติกรรมการใช้งานที่แตกต่างกัน เน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว เพื่อปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างเหมาะสม