ดวงกมล อธิบายเพิ่มเติมว่า การหากิจกรรมที่ตรงตามความไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ นื้ถือเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายผ่านการทำกิจกรรมร่วมกับพาร์ทเนอร์ในธุรกิจอื่นๆ ที่ได้ผล
“ช่วง 1-2 ที่ผ่านมา B&O เน้นทำการตลาดที่เจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มมาโดยตลอด ในปีนี้เราวางกลยุทธ์ร่วมมือกับคู่ค้าที่มีฐานลูกค้าเหมือนกัน และมีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน โดยพุ่งเป้าไปจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อส่งเสริมการขายกับโครงการระดับแนวหน้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไฮ-เอนด์ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น 98 Wireless, Marque 39, Vittorio, Quarter 39 ต่างก็มีเครื่องเสียง Bang & Olufsen ประดับอยู่เสมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน ซึ่งเป็นการนำเสนอการตกแต่งที่เหนือระดับและแตกต่าง อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับแบรนด์คู่ค้าอีกด้วย”
นอกจากนี้ยังมีการจัดเอ็กซ์คลูซีฟทริปเชิญกลุ่มลูกค้า VVIP ไปเยี่ยมชมการผลิต ที่แหล่งกำเนิดของ ของ B&O ณ ประเทศเดนมาร์ก พร้อมพูดคุยกับบุคคลสำคัญอย่างผู้บริหารระดับสูงและดีไซเนอร์ถือว่าเป็นการสร้างประสบการณ์สุดประทับใจและพิเศษแบบที่ไม่มีใครเหมือน
ในส่วนของภาพลักษณ์ของ B&O ทางบริษัทแม่เองในระดับนานาชาติเองก็ได้มีการปรับแนวทางการสื่อสารของแบรนด์และสินค้าให้มีความทันสมัยมากขึ้น ภายใต้แนวคิด Flexible Living ที่เน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ทั้ง Gen X และ Y ด้วยความสะดวกสบายในการจัดวาง เช่น ลำโพงเสียงทรงพลังที่สามารถพกพาได้ตัวแรกของ Bang & Olufsenอย่าง BeoSound 1 และความง่ายในการใช้งานโดยสามารถควบคุมทั้งลำโพงและโทรทัศน์ผ่าน Smart Phone เพียงเครื่องเดียวและสามารถอัพเดพซอฟต์แวร์ได้อัตโนมัติ แต่ยังคงดีไซน์เหนือกาลเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ถูกใจผู้ที่มีรสนิยมประณีต เรียบง่าย ไม่เหมือนใคร สไตล์สแกนดิเนเวียน
ดวงกมล เวปุลละ วาเกนเซ่น กรรมการผู้บริหาร กล่าวถึงการเติบโตของตลาดลักชัวรี่แม้ในยามธุรกิจฝืดเคือง และมั่นใจว่ายังมีพื้นที่สำหรับ B&O อยู่
“หลักของการวางกลยุทธ์การตลาดสำหรับสินค้าลักชัวรี่นั้น นอกจากจะเน้นที่คุณภาพแล้วยังต้องสร้างแบรนด์ให้มีความแตกต่าง โดยเฉพาะเครื่องเสียงนั้นเราต้องสร้างเอกลักษณ์ที่เหนือไปกว่าแบรนด์อื่นว่าสินค้าเราสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันที่ชอบความเหนือระดับที่แตกต่างจากคนทั่วไป สินค้าของเราสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ผู้ใช้รู้สึกโดดเด่นด้วยภาพและเสียงครบวงจรคุณภาพระดับโลกแต่ในขณะเดียวกันก็ใช้งานง่ายด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ฐานลูกค้ากว้างขึ้น อายุของลูกค้าก็น้อยลงจากเดิมมากถือได้ว่าสินค้าของเราเป็นเครื่องเสียงที่คุ้มค่าเหมาะกับการลงทุน เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปีก็ยังจะดูทันสมัยและคุณภาพเยี่ยมอยู่เสมอ”
คาดว่าในปีนี้ HW Trading จะสามารถทำรายได้ถึง 8 หลัก และมีตัวเลขการขายเติบโตขึ้นจากเดิมประมาณ 15-20%
ล่าสุด B&O ได้มีการเปิดตัวลำโพงดีไซน์สุดล้ำรุ่นล่าสุด BeoSound Shape ลำโพงไร้สายติดผนังที่มีดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สามารถเลือกออกแบบจัดวางให้เหมาะสมกับห้องได้ด้วยตัวเอง เพื่อมาเติมเต็มพอร์ตสินค้าให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น