ที่น่าสนใจก็คือ การทำแคมเปญสื่อสารการตลาดเพื่อสื่อถึงบาร์บีกอนโฉมใหม่ ทำออกมาได้อย่างฮือฮา และ สร้างกระแสให้เป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” โดยสร้างเรื่องให้ “เสี่ยเส็ง” เข้ามาขโมยบาร์บีกอนไป โดยจะมีโฆษณาที่ บาร์บีกอนร้องไห้หลังถูกเรียกไปตำหนิแบบยกแผงเพราะทำงานบกพร่อง, “แถลงการณ์จากเสี่ยเส็ง” กับการลักพาตัว บาร์บีกอนที่ตั้งตามหน้าร้านทั่วประเทศไปทรมานด้วยสารพัดกรรมวิธี จนสร้างความเดือดดาลให้กับผู้บริโภคจำนวน ไม่น้อย
ก่อนมาหักมุมเฉลยภายหลังว่า เป็นการเรียกเก็บมาสคอตตัวเก่า แล้วนำบาร์บีกอนโฉมใหม่มาแทนที่ พร้อมบอก เรื่องราวของบาร์บีกอนโฉมใหม่กับ 7 ลักษณะพิเศษต่าง ๆ ได้แก่ เขาเรดาร์ ตรวจหาวัตถุดิบชั้นเลิศ ปีกน้อยเหินเวหา บิน แวบเดียวก็ถึงแหล่งวัตถุดิบเกรด A+ หางหรรษา วัดความสุขของเพื่อนๆ ทุกคน จมูกหยั่งรู้ แค่ดมก็รู้ว่าอาหารสุกพร้อม รับประทาน ตาทิพย์สแกนอารมณ์ ตรวจจับอารมณ์ของทุกๆ คนในร้าน มือบริการขั้นเทพ แค่กระดิกนิ้ว พนักงานก็จะมา บริการอย่างรวดเร็ว ลิ้นกูรู ตรวจสอบคุณภาพความอร่อยแบบนักชิม ซึ่งเป็นการนำ Functional มาเทิร์นเป็น Emotional ได้อย่างลงตัวแคมเปญหนึ่ง
ถามว่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้บาร์บีกอนก้าวเข้าไปนั่งในหัวใจของลูกค้า คำตอบคงหนีไม่พ้น ความต่อเนื่องใน การสร้างให้บาร์บีกอนเข้าไปมีความผูกพันด้านอารมณ์กับลูกค้า โดยการนำเอาบาร์บีกอนมาใช้ ในการสื่อสารกับกลุ่ม เป้าหมายในรูปแบบต่างๆ เช่น การทำ LINE STICKER รูปบาร์บีกอน พร้อมแจกให้กับลูกค้าฟรีทันทีที่สั่งชุดอาหาร หรือการนำเอาบาร์บีกอนมาผลิตเป็นของสะสมต่างๆ และสร้างเรื่องราวความโดดเด่นของบาร์บีกอนผ่านโปรโมชั่นต่างๆ เช่น “ล่าไข่บาร์บีกอน” ที่ให้ลูกค้าที่สั่งโปรโมชั่นชุดล่าไข่บาร์บีกอน ได้ล่าสมบัติซึ่งเป็นของสะสมจากบาร์บีกอน จน สามารถสร้างกระแสตามล่าของสะสมบาร์บีกอนผ่านโลกโซเชียลได้อย่างประสบความสำเร็จ รวมถึงการสื่อออนไลน์ ที่มีการสร้างให้บาร์บีกอนมีชีวิตสามารถโต้ตอบกับลูกค้าผ่านเพจ Facebook ของบาร์บีคิวพลาซ่า จนลูกค้าหลายๆ คน ที่สื่อสารผ่านเพจดังกล่าวจะเรียกชื่อ “ก้อน” เสมือนเป็น Admin ของเพจเลยทีเดียว
ที่สำคัญสุดก็คือ การสร้างคาแร็กเตอร์ขึ้นมา 1 ตัวนั้น หากมองถึงความสำเร็จตามเป้าหมายในระยะยาวแล้ว คาแร็กเตอร์นั้นๆ ต้องมีสตอรี่อย่างชัดเจน มีชีวิต รวมถึงต้องมี Passion และจำเป็นต้องมีในเรื่องของการ “เฟิร์ส มูฟ” หรือเป็นรายแรกที่กล้าทำอะไรใหม่ๆ ซึ่งทั้งหมดนั้น มีอยู่ในตัวบาร์บีกอนแล้ว
สิ่งที่สะท้อนเรื่องนี้ก็คือ การกล้าตัดสินใจเป็นรายแรกที่จะนำเรื่องของคาแร็กเตอร์เข้ามาใช้ในตลาดร้านอาหาร รวมถึงล่าสุดกับการกล้าที่จะผลักดันตัวเองออกนอกร้าน นำแบรนด์ไป Collaborate กับแบรนด์ต่างๆ ในการให้ไลเซ่น ของบาร์บีกอนเพื่อไปทำตลาดร่วมกับสินค้าประเภทต่างๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
อย่างการจับมือกับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนขนาดเล็กอย่าง Anitech ให้ไลเซ่นในการผลิตเครื่องใช้ ไฟฟ้ารุ่นพิเศษลายบาร์บีกอน Bar B Gon X Anitech ใน 4 กลุ่มสินค้าคือ กาต้มน้ำที่มีลวดลายของบาร์บีกอนอยู่ด้านข้าง เครื่องปิ้งขนมปังลายบาร์บีก้อน เครื่องปั่น และเตาอบขนาดเล็ก 2 ชั้น ซึ่งทั้งหมดทำออกมาแบบ Limited Edition จำนวน 10,260 ชิ้น
ครั้งหนึ่ง บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธาน บริหารหน่วยธุรกิจบาร์บีคิวพลาซ่า และงานบริหารความ สัมพันธ์ลูกค้า บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เคยบอกกับเราว่า การเลือก Collaborate กับแบรนด์ Anitech ในครั้งนั้น จะเป็น การนำแบรนด์บาร์บีกอนออกไปยังช่องทางอื่นๆ นอกร้านบาร์บีคิวพลาซ่า อย่างอีคอมเมิร์ซ หรือร้านไอที และไฮเปอร์ มาร์เก็ต ซึ่งการเลือกจับมือกับใครนั้น จะดูว่าตอบโจทย์หรือช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบนด์หรือไม่ อย่างสินค้าของ Anitech จะเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่สำคัญยังเชื่อมโยงกับเรื่องอาหาร ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักของ ฟู้ดแพชชั่น
ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นการต่อยอดตัวบาร์บีกอนที่เมื่อแบรนด์ปังแล้ว ก็ต้องมีการต่อยอดไปสู่การทำ อะไรใหม่ๆ โดยฟู้ดแพชชั่นเองได้มีการปูทางด้วยการแยกกลุ่มธุรกิจออกเป็นฟู้ด และนอนฟู้ด ซึ่งรายได้ของพี่กอนที่จะ เข้ามาในอนาคตจะอยู่ที่ตัวนอนฟู้ด
เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการทำคาแร็กเตอร์ มาร์เก็ตติ้ง ที่ไม่เพียงจะถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ร้าน อาหารที่ทำเท่านั้น เมื่อบาร์บีกอนก้าวข้ามจากคาแร็กเตอร์มาสู่การเป็นแบรนด์ที่มีแต่คนรัก จึงไม่ใช่เรื่องที่เกินเลยไปนัก ที่จะมองถึงการสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำจากรายไลเซ่นของพี่ก้อน