องค์กรไม่แสวงหากำไรกำลังเรียกร้องให้ Johnson & Johnson (J&J) ยักษ์ใหญ่ในตลาดแป้งเด็กของโลก หยุดการขายแป้งเด็ก (Baby Powder) ทั่วโลก
เมื่อวันพุธ (เมื่อวาน) มีกลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไรมากกว่า 170 กลุ่ม ได้เรียกร้องให้ Johnson & Johnson หยุดการขายแป้งเด็ก Johnson's Baby Powder โดยอ้างถึงเหตุแห่งความกังวลว่า มีใยหินที่ก่อให้เกิดมะเร็ง อ้างอิงข้อมูลตามการแถลงของกลุ่ม Black Women for Wellness.
กลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไร ซึ่งรวมถึงสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยเอมอรี (Emory University) และกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อ สิ่งแวดล้อม เช่น กรีนพีซ (Greenpeace) และกลุ่มอื่นๆ ก็ต้องการให้บริษัทเรียกคืนสินค้าคงคลังที่มีอยู่ใน (ร้านค้า) อเมริกาเหนือ ด้วย
Janette Robinson Flint ผู้อำนวยการบริหาร Black Women for Wellness กล่าวในแถลงการณ์ว่า ทางเลือกของ J&J ที่ทำการ ตลาดแป้งเด็กต่อไปในตลาดต่างประเทศ บ่อยครั้งที่การทำตลาดกับผู้บริโภคผิวดำและน้ำตาล มักจะขัดแย้งกับแถลงการณ์ (ของบริษัท) ที่ออกมาในเดือนมิถุนายน ที่มุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมกันทางเชื้อชาติ
Johnson & Johnson ได้กล่าวในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า จะหยุดขายแป้งเด็กในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยบอกว่าความ ต้องการลดลงเนื่องจากสิ่งที่เรียกว่า "ข้อมูลที่ผิด" เกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ท่ามกลางการท้าทายทางกฎหมาย
แต่อย่างไรก็ตาม J&J กล่าวว่า จะยังคงขายผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นทาตัวในตลาดอื่น ๆ ทั่วโลกต่อไป
“ทศวรรษของการศึกษาอย่างอิสระทางวิทยาศาสตร์ โดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ทั่วโลก สนับสนุนความปลอดภัยของแป้งเด็ก (Baby Powder) ของ Johnson (Johnson’s Baby Powder)” J&J กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพุธ (เมื่อวาน) “เรายังคงนำเสนอ ผลิตภัณฑ์นี้ในภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกที่ความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น”
J&J ได้เผชิญกับการตรวจสอบความปลอดภัยของแป้งเด็กอย่างหนัก หลังจากรายงานการสอบสวนของสำนักข่าว REUTERS ในปี 2018 ซึ่งพบว่า บริษัทรู้มานานหลายทศวรรษว่าแร่ใยหินแฝงตัวอยู่ในแป้งฝุ่นทาตัว
บริษัทผู้ผลิตยาในสหรัฐอเมริกา เผชิญกับคดีความหลายพันคดีจากผู้บริโภคและผู้รอดชีวิตที่อ้างว่า ผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นทาตัวทำให้ เกิดมะเร็ง เนื่องจากมีการปนเปื้อนของแร่ใยหินซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสารก่อมะเร็ง
บริษัทได้กล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า การตัดสินใจยกเลิกการขายแป้งเด็ก (Baby Powder) ที่เป็นแป้งฝุ่นทาตัวใน อเมริกาเหนือไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสอบสวนต่าง ๆ เหล่านั้น
Cr : REUTERS
Source