ทั้งนี้ Food2gether เป็นแพลตฟอร์มฟู้ดดิลิเวอรี่จากบริษัท สปอทเวิร์คซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้บริการแล้วในหลายประเทศ และประสบความสำเร็จอย่างสูงโดยเฉพาะในสิงคโปร์ โดยมอบความสะดวกและเพิ่มทางเลือกในการสั่งอาหารให้กับคนในพื้นที่ ให้สามารถสั่งอาหารจากหลายร้านในศูนย์อาหารซันพลาซา และร้านอาหารในชุมชนที่เข้าร่วมโดยไม่จำกัดเมนูได้ในคราวเดียวกัน พร้อมทั้งมีฟีเจอร์ช่วยคัดสรรเมนูอาหารที่ดีและตอบโจทย์ลูกค้าให้สั่งอาหารได้ง่าย นอกจากนี้ยังคิดค่าบริการที่ถูกกว่าและเป็นธรรมกับร้านค้าและลูกค้า รวมทั้งสะดวกเพราะไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชันหรือสมัครสมาชิก เพียงสแกน QR Code หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ www.food2gether.com/sunplaza ก็สามารถสั่งอาหารล่วงหน้า และชำระเงินผ่าน QR Pay ment ได้ทันที จึงเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบ New Normal ที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่ร้าน อีกทั้งยังช่วยสร้างงานเพราะให้คนในชุมชนเป็นผู้ส่งอาหาร
ลูกค้าสามารถสั่งอาหารจากหลากหลายร้าน ไม่จำกัดเมนู พร้อมส่งความอร่อยถึงที่ สะดวกสุดๆ ในบิลเดียว ค่าส่งเพียง 10 บาท/บิล จากทุกร้านในศูนย์อาหารซันพลาซาและร้านอาหารโดยรอบที่เข้าร่วมโครงการ โดยในระยะทดลอง คือระหว่างวันนี้ – 9 ตุลาคม 2563 จะคิดค่าส่งเพียง 10 บาท ต่อ 1 บิล ในรัศมี 3 กิโลเมตร โดยแบ่งการจัดส่งอาหารเป็นรอบต่อวัน นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่สั่งอาหารตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป รับฟรีทันทีถุงผ้าลายพิเศษ (มีจำนวนจำกัด)
“สิงห์ เอสเตท ได้นำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพ และสร้างคุณค่าให้กับชีวิต โดยบริการฟู้ดดิลิเวอรี่ในครั้งนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้เช่า รวมทั้งแบ่งปันไปยังชุมชนรอบข้าง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับทุกฝ่ายทั้งในด้านธุรกิจและการอยู่อาศัย รวมถึงรองรับการเปิดตัวโครงการอาคารสำนักงานแห่งใหม่อย่าง เอส โอเอซิส (S Oasis) และในอนาคตเรามีแผนที่จะขยายบริการฟู้ดดิลิเวอรี่นี้ไปยังอาคารสำนักงานแห่งอื่นๆ ของสิงห์ เอสเตท เพื่อสร้างสังคมของการอยู่ร่วมกันแบบเกื้อกูลตามกลยุทธ์ Agile Unite Development ที่เราได้วางไว้” อรณีย์ กล่าวทิ้งท้าย