ภานุ โชติประสิทธิ์ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ผู้บริหารสายงานCorporate Banking 2ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ และมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ผนึกกำลังนำศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งของทั้งสององค์กรร่วมกันสร้างระบบนิเวศทางด้านดิจิทัลให้กับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น Smart University นับตั้งแต่ปี 2561 ได้ริเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในทุกมิติและขยายโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ทุกพื้นที่ทุกวิทยาเขตและเข้าถึงนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัยทั้งหมด กว่า 67,000 คน วันนี้วิสัยทัศน์ที่เดินหน้าร่วมกันตลอด 2 ปีที่ผ่านมาได้บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหิดลภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่สถาบันการศึกษาจะต้องปิดดำเนินการชั่วคราว สามารถเดินหน้าได้ต่อเนื่องอย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย Virtual Platformห้องเรียนเสมือนจริงที่สามารถทดแทนประสบการณ์การเรียนการสอนในชั้นเรียนได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เชื่อมโยงการเรียนการสอนและการประชุมระยะไกลระหว่างวิทยาเขตและเขตพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการประชุมกับสถาบันในต่างประเทศ สร้างมิติใหม่ทางการศึกษาให้กับประเทศไทยทั้งนี้การใช้Virtual Platform เพื่อสนับสนุนห้องเรียนเสมือนจริงเป็นหนึ่งในหลากหลายโครงการที่ธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยมหิดลก้าวสู่มหาวิทยาลัยแถวหน้าของโลกและเป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีสากล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธัชวีร์ ลีละวัฒน์รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและวิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดท้าทายให้ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับตัวรับกับบริบทใหม่ที่แตกต่างไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง มหาวิทยาลัยมหิดลจึงกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อเดินหน้าสู่การเป็น Digital Convergence University โดยการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกันออกแบบและสร้างระบบนิเวศทางด้านดิจิทัลให้พร้อมเข้าสู่ระบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ซึ่งนำมาสู่การริเริ่มโครงการมากมายตามมา หนึ่งในโครงการสำคัญคือการพัฒนาVirtual Platform ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสององค์กร ได้รับการพัฒนาร่วมกันมาตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 โดยเริ่มจากการวางระบบเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่และวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยทั้ง 4 แห่งประกอบด้วยศาลายากาญจนบุรีนครสวรรค์และอำนาจเจริญผ่านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเรียนการสอนออนไลน์พร้อมระบบInteractive สำหรับอาจารย์และนักศึกษา และเนื่องด้วยความจำเป็นในการเว้นระยะห่างทางสังคมช่วงสถานการณ์โควิด-19ประกอบกับระบบนิเวศดิจิทัลที่ได้ร่วมกันวางรากฐานและสร้างความคุ้นเคยสำหรับการใช้งานก่อนหน้านี้ ทั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ต Wifiครอบคลุมทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัย และแอปพลิเคชัน We Mahidol ที่ช่วยให้นักศึกษาและบุคลากรเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัลได้อย่างสะดวกนั้น มีผลสนับสนุนให้การพัฒนารูปแบบVirtual Platformที่จัดทำไว้เพื่อรองรับการเรียนการสอนในต่างพื้นที่ ต่างวิทยาเขตสามารถนำมาใช้ทดแทนการเรียนของทุกชั้นเรียนภายใต้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมได้ในทันทีอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปลดล็อคข้อจำกัดสำหรับการเรียนการสอนข้ามประเทศ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถมีปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันได้แบบเรียลไทม์ ทำให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดลทุกคนยังคงได้รับความรู้อย่างเต็มศักยภาพแบบเสมือนอยู่ในห้องเรียน