โลก
จากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ยูนิโคล่จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการสร้างค่านิยมใหม่ให้กับผลิต ภัณฑ์และนวัตกรรมที่ยกระดับคุณภาพและการใช้งานเพื่อสังคมที่ยั่งยืน โดยสินค้าของยูนิโคล่มีคุณภาพสูงและมาพร้อมนวัตกรรมที่ผ่านการรังสรรค์มาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น กางเกงยีนส์ยูนิโคล่ ซึ่งพัฒนาขึ้นที่ศูนย์นวัตกรรมยีนส์ (Jeans Innovation Center) ในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการลดปริมาณน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตยีนส์ เสื้อโปโล DRY-EX ซึ่งทำจากขวดพลาสติก PET รีไซเคิล ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยนวัตกรรมสุดล้ำนี้ช่วยทำให้เหงื่อแห้งได้อย่างรวดเร็ว และรีไซเคิลสินค้าดาวน์ขนเป็ด ซึ่งร้านค้ายูนิโคล่ในหลายประเทศทั่วโลกได้เปิดรับผลิตภัณฑ์ดาวน์ขนเป็ดที่ลูกค้าไม่ใช้แล้ว ก่อนจะนำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลและนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยยูนิโคล่เตรียมวางจำหน่ายสินค้าดาวน์ขนเป็ดที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลในฤดูหนาวที่จะถึงนี้
นอกจากนั้น ยูนิโคล่ยังเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ภายในร้าน ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานไปได้ประมาณ 20-50% เมื่อเทียบกับหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบเดิม รวมถึงมุ่งมั่นที่จะลดปริมาณพลาสติกใช้แล้วทิ้งลงตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพราะปัญหาขยะพลาสติกถือเป็นประเด็นที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังวิตก และมีพลาสติกชิ้นใหม่ลงสู่ทะเลปริมาณปีละ 8 ล้านตัน นอกเหนือจากที่คาดกันว่ามีขยะในทะเลอยู่แล้ว 150 ล้านตัน ยูนิโคล่จึงเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษหรืองดการใช้พลาสติกมากขึ้น และพยายามลดการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งสำหรับคลิปเสื้อเชิ้ต ป้ายบอกขนาด และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่ง
เพื่อบรรลุเป้าหมายของ บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด ในการลดปริมาณการหยิบยื่นพลาสติกใช้แล้วทิ้งให้กับลูกค้าภายในร้านลง 85% ภายในปี 2563 ยูนิโคล่จึงสนับ สนุนให้ลูกค้าใช้ถุงผ้า Eco Bag ซึ่งทำมาจากผ้าฝ้ายที่ผลิตด้วยวิธีการยั่งยืนและได้ การรับรองจากองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร Better Cotton Initiative (BCI) นอกจากนั้น ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคมนี้ ยูนิโคล่จะงดให้บริการถุงพลาสติกสำหรับใส่สินค้า และเปลี่ยนมาใช้ถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะทำมาจากกระดาษรีไซเคิลที่ผ่านการรับรองจากการจัดการป่าไม้ FSC (Forest Stewardship Council) โดยถุงกระดาษนี้จะจำหน่ายในราคาถุงละ 2 บาท รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดจำหน่ายจะมอบให้แก่มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย (WARF) เพื่อนำไปสนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมลดการสร้างขยะพลาสติกให้กับสิ่งแวดล้อม
“เป้าหมายของ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง คือมุ่งลดปริมาณการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในร้านสาขาทั่วโลกให้ได้ 85% หรือประมาณ 7,800 ตันต่อปี ภายในสิ้นปี 2563 โดยยูนิโคล่มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยสร้างพลังและพัฒนาผู้คน ชุมชน และโลก ให้เติบโตไปพร้อมกันผ่านพันธกิจ ‘ปลดล็อกพลังแห่งเสื้อผ้า’ ของเราต่อไป” จันทร์จิรา กล่าวสรุป