เพื่ออนาคตของลูก...ต้นทุนชีวิตที่น้อยกว่าไม่ใช่ข้ออ้างที่จะย่อท้อ
ปัจจุบันคุณหญิงผันตัวมาขับรถส่งอาหารกับแกร็บได้เกือบหนึ่งปีแล้ว เธอเท้าความให้ฟังว่า “ก่อนมาขับแกร็บฟู้ดก็เคยทำงานเป็นพนักงานสัญญาจ้างมาก่อน จนเมื่อหมดสัญญาจึงต้องหาอาชีพอื่นทำเพื่อสร้างรายได้ ส่วนตัวก็สนใจงานแกร็บฟู้ดเพราะหาข้อมูลเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียมาสักพักแล้ว เรามองว่างานนี้เหมาะกับเราด้วยความอิสระ สามารถเลือกเวลาทำงานได้ตามความสะดวก มีรายได้ที่เพียงพอให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ และที่สำคัญคือ สามารถจัดสรรเวลาในการดูแลลูกๆ และครอบครัวได้ อย่างเวลาที่โรงเรียนลูกมีกิจกรรมเราก็สามารถเข้าร่วมได้ตลอด”
“ยอมรับว่าช่วงที่เริ่มมาขับรถส่งอาหารแรกๆ ก็มีความประหม่าอยู่บ้าง แต่พอทำไปสักพักก็เริ่มคล่องตัวขึ้น ลูกค้าที่เจอส่วนใหญ่มักใจดี บวกกับรายได้ในแต่ละวันก็ถือว่าเพียงพอสำหรับนำมาใช้จ่ายภายในครอบครัวได้ ลูกๆ ทั้ง 2 คนก็รู้ว่าแม่ขับแกร็บส่งอาหารเกือบทุกวัน เขาก็รู้ว่าเราเหนื่อยกว่าจะได้เงินมา โชคดีที่เด็กๆ ไม่เคยกวน ไม่อยากซื้อของแพงๆ หรือเวลาจะซื้อขนม เขาก็จะถามเราก่อนทุกครั้งว่าวันนี้เราได้เงินเยอะไหม หากได้เยอะจึงค่อยขอ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่ลูกแสดงออกมาทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น และแม้ว่าเราจะมีต้นทุนชีวิตไม่มาก แต่ในฐานะแม่ เราก็พร้อมสู้ต่อไปเพื่อสร้างอนาคตที่ดีที่สุดให้กับลูก”
แม้จะมีภูมิหลังและผ่านประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาจากแววตาและถ้อยคำของทั้งสองสาว คือ “หัวใจของความเป็นแม่” ทั้งคุณหญิงและคุุณน้ำต่างมีเป้าหมายร่วมกัน คือการสร้างรากฐานแห่งอนาคตที่มั่นคงให้กับลูก ด้วยสองมือและกำลังใจที่เต็มเปี่ยม
เพื่อเป็นการระลึกถึงและขอบคุณความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่ ในปีนี้ แกร็บ ประเทศไทย ร่วมกับ มิสเตอร์ โดนัท ชวนพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บทั่วประเทศร่วมบอกรักแม่ด้วย “โดนัทลายดอกมะลิ Grab Loves Mom” ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ กับ 2 ลายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จำนวนทั้งสิ้น 10,000 เซ็ท (รวม 20,000 ชิ้น) โดยพาร์ทเนอร์คนขับสามารถกดรับสิทธิได้ฟรี (ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแอพพลิเคชั่นของคนขับ)