โครงการ มิวนีค สุขุมวิท 23 ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 23 มีขนาดพื้นที่ประมาณ 1-1-35 ไร่ สูง 36 ชั้น จำนวน 201 ยูนิต มีห้องชุด 2 รูปแบบ โดยเป็นห้องชุดขนาดเริ่มต้น และห้องชุดแบบ The collection หรือที่เรียกว่า “มินิเพ้นท์เฮ้าส์” ที่มีเพียง 12 ยูนิต ของทั้งโครงการ ขนาดใช้สอยอยู่ที่ 83.22 – 191.11 ตร.ม. ในรูปแบบของห้องชุดซิมเพล็กซ์ (Simplex) ,ห้องชุด ดูเพล็กซ์ (Duplex) และห้องชุด ทริเพล็กซ์ (Triplex) สำหรับห้องชุดปกติขนาดเริ่มต้น 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 34.74 – 43.46 ตร.ม. ห้องชุด 2 ห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอย 54.68 – 99.27 ตร.ม. การจัดวางจำนวนห้องชุดถูกจัดสรรพื้นที่ ไม่ให้หนาแน่นเกินไป มีความเป็นส่วนตัวและร่มรื่นด้วยธรรมชาติด้วยสวนสีเขียวภายในโครงการ พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำลอยฟ้า จากุชชี่ พื้นที่ส่วนกลาง ขณะเดียวกันยังสะดวกสบายด้วยที่จอดรถ ซึ่งมีพื้นที่สำหรับจอดทั่วไปและที่จอดรถอัตโนมัติ (Automatic Parking) โดยสามารถรองรับได้ถึง 166 คัน หรือ 82% ของจำนวนห้อง เรียกว่าตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
ผู้บริหารเมเจอร์ฯ กล่าวต่อว่า "แรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการนี้ มองว่า การใช้ชีวิตเหมือนศิลปะอย่างหนึ่ง ต้องมีความสมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว คือ มีศิลปะในการใช้ชีวิต มีความรับผิดชอบในการทำงานและรู้จักหาความสุขให้กับตนเอง เรียกว่าสมดุลทั้ง ชีวิตการทำงาน ชีวิตส่วนตัว และครอบครัว โดยกลุ่มเป้าหมายวางไว้ชัดเจน คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างฐานะและความมั่นคงในการทำงาน ช่วงอายุประมาณ 20 ปลาย ไปจนถึง 30 ต้น มีไลฟสไตล์ที่ทันสมัย อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ภูมิใจกับการทำอะไรด้วยตนเอง สนใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ ต้องการที่พักอาศัยที่จะสามารถสามารถสะท้อนไลฟ์สไตล์ของตนเองได้ ภายหลังโครงการสร้างเสร็จราคาห้องชุดปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ เริ่มต้น 250,000 บาท/ ตร.ม. จากช่วงพรีเซลล์ 220,000 บาท/ ตร.ม. ในปลายปี 2559 เชื่อว่าทำเลนี้ยังมีศักยภาพในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และยังคงเป็นที่ต้องการของชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
สำหรับคอนเซ็ปต์การตกแต่งโครงการ “มิวนีค สุขุมวิท 23” ใช้แนวคิด 'LIVE AS ART' เพื่อสื่อถึงการใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ มีรสนิยม สะท้อนผ่านการออกแบบโครงการทั้งเอ็กซ์ทีเรีย (Exterior) และ อินทีเรีย (Interior) คือ การผสมผสานศิลปะเข้ากับการออกแบบ ขณะเดียวกันยังตอบสนองต่อพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว โดยทีมออกแบบไม่ว่าจะเป็น Palmer & Tuner ทำการออกแบบงานสถาปัตยกรรม, J&H BOIFFILS ดูแลออกแบบอินทีเรียภายใน และ SHAMA ออกแบบแลนด์สเคป จึงเห็นความแตกต่างจากคอนโดมิเนียมทั่วไปอย่างชัดเจน คือ โดดเด่นด้วยสไตล์ การออกแบบ แบบ มอนเดรียน อาร์ท (Mondrian Art) โดยการใช้แนวเส้นนอนและเส้นตรงที่ตั้งฉากกันเข้ามาใส่ในรายละเอียดในการออกแบบ ขณะเดียวกันก็มีความเรียบง่ายกึ่งมินิมอล (Minimal) และเลือกใช้วัสดุที่แตกต่าง เพื่อสะท้อนถึงถึงความพรีเมียมและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว