กลุ่มลูกค้า นอกจากจะเน้นไปที่ผู้ใช้ที่เป็นผู้สูงวัยแล้ว เราเริ่มเจาะกลุ่มที่เป็นผู้หญิงให้มากขึ้นด้วย อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า อาชญากรรมเกิดถี่มากขึ้น ทำให้เราอยากจะขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าผู้หญิงให้มากขึ้น เนื่องจาก มือถือ”อาม่า” ใช้ง่านคล่องตัว มีน้ำหนักเบา มีปุ่มโทรด่วน (Speed Dial) สำหรับเบอร์โทรที่ต้องใช้งานบ่อยๆ ซึ่งไม่เป็นภาระในเวลาขับรถ ซึ่งเราจะพบได้มากในปัจจุบันที่ผุ้ใช้สมาร์ทโฟน ต้องขับรถไปด้วยและสไลด์มือถือไปด้วย จึงเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายบนท้องถนน ซึ่งเราทำการศึกษาพฤติกรรมมาในระดับหนึ่ง สำหรับผู้สูงวัยได้ให้เหตุผลในการเลือกใช้ “อาม่า“ ซึ่งคาดว่ากลุ่มลูกค้าใหม่นี้ น่าจะโตขึ้นอีกราว 20% ในครึ่งปีหลังนี้”
สุรินทร์ กล่าว“หากถามถึงปัญหาในช่วงโควิดนี้ เรียกได้ว่า สวนทางกันเลยทีเดียว ยอดขายของมือถืออาม่า มีเปอร์เซ็นต์เพิ่มมากขึ้น เพราะเนื่องจากมีกลุ่มคนผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปี และล่าสุดเราจำหน่ายให้ดิสทริบิวเตอร์ไปถึง3,000 เครื่อง แทบจะผลิตไม่ทัน เพราะทางประเทศจีนค่อนข้างขาดแรงงานและมีปัญหาทางด้านไวรัสโควิด-19 ที่ส่งของให้เราล่าช้าไปบ้าง แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
สุรินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “แผนการตลาดในอนาคตที่เราวางไว้ นอกจากจะชูจุดขายที่แข็งแรง คือ SOS ของเราแล้ว และกำลังพัฒนา แอพพลิเคชั่นบางตัวขึ้นมา ซึ่งในเวลานี้ยังไม่สามารถระบุได้ในรายละเอียดแต่ไม่เกินปลายปีนี้แน่นอน ”