ไบเล่ ในมือ "ตัน"
แต่ดูเหมือนว่า แผนงานจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และในที่สุด ตัน ภาสกรนที ก็เข้าซื้อกิจการไบเล่ทั้งหมด ทั้งลิขสิทธิ์แบรนด์ สูตรการผลิต และสิทธิ์การจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ
เมื่อปี 2557 วันที่ 14 พฤษภาคม บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ได้เข้าซื้อสิทธิ์เครื่องหมายการค้า "ไบเล่" พร้อมสูตรการผลิตเครื่องดื่ม จากบริษัท ซันนี่ เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ* รวมทั้งที่ดิน อาคาร อุปกรณ์การผลิต มูลค่ารวม 1,780 ล้านบาท (*บริษัท ซันนี่ เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ มีสถานที่ตั้งที่เดียวกับ บริษัทไบเล่คาลีฟอร์เนียโอเร้นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด)
การเข้าซื้อกิจการในครั้งนั้น ทำให้อิชิตัน กรุ๊ป ที่บริหารโดย คุณตัน ภาสกรนที ได้ลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า ไบเล่ ครอบคลุมใน 16 ประเทศ ได้แก่ ไทย, กัมพูชา, เกาหลีใต้, แคนาดา, พม่า, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, สหรัฐอเมริกา, จีน, อินเดีย, ฮ่องกง, บังคลาเทศ, อินโดนีเซีย, ไต้หวัน, และเวียดนาม
อิชิตัน กรุ๊ป ได้ปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้ “ไบเล่” เปลี่ยนขวดบรรจุจากแก้วมาเป็นขวด PET ออกแบบใหม่ ทันสมัย สีสันสดใส ดูพรีเมี่ยม คุณตันมุ่งนำ ไบเล่ เจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ เป็นวัยรุ่นและวัยทำงาน ช่วงอายุ 15-25 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่พร้อมทดลองสิ่งใหม่ๆ แต่ก็ไม่ทิ้งกลุ่มเป้าหมายเดิม 2 รสชาติแรกที่ไบเล่ยุคอิชิตัน เปิดตัวในตลาด คือ น้ำส้ม และ น้ำองุ่นแดง เข้มข้น 10 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นรสชาติดั้งเดิมของไบเล่ ขนาด 290 มล. ในราคา 13 บาท วางจำหน่ายใน โมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่น อีเลฟเว่น และร้านคัาแบบดั้งเดิม
หลังจากนั้นก็วางตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รุกเข้าสู่ตลาดน้ำผลไม้มูลค่า 14,000 ล้านบาทเต็มตัว อิชิตัน กรุ๊ป ได้มีการวางตลาด ไบเล่ น้ำผลไม้แท้ 100 เปอร์เซ็นต์
เจาะกลุ่มน้ำผลไม้พรีเมี่ยมที่เติบโตต่อเนื่อง สร้างรสชาติใหม่โดยใช้น้ำส้มที่เป็นจุดขายหลักของไบเล่ผสมกับน้ำจากผักและผลไม้ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ น้ำส้มผสม มะม่วง, ผสมแครอท, ผสมมะเขือเทศ ใช้คอนเซ็ปต์ “น้ำส้มผสมกับอะไรก็อร่อย” ในการรุกตลาด มี 2 ขนาดบรรจุ คือ ขนาด 1 ลิตร ราคา 69 บาท และขนาด 230 มล. ราคา 20 บาท