ทำไมถึงต้องทำค้าปลีก
จากข้อมูลที่รวบรวมโดยสมาคมผู้ค้าปลีกไทย พบว่า ในปี 2562 ที่ผ่านมา ค้าปลีกเซ็กเม้นต์ไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่เทสโก้ โลตัส ทำตลาดอยู่มีตัวเลขการเติบโตประมาณ 2.7% เป็นตัวเลขการเติบโตที่ต่ำกว่าการเติบโตของตลาดค้าปลีก โดยรวมที่โตประมาณ 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตเติบโต 3% ถือว่ามีการเติบโตที่ถดถอย แต่ไม่มากนัก เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ของประเทศ
หากมองเข้ามาที่ตัวเลขส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจค้าปลีกโมเดิร์นเทรดแล้ว บริษัทวิจัยชื่อดังอย่างกันตาร์ เคยออก มาให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้าที่ธุรของเทสโก้ โลตัส จะเข้ามาอยู่ภายใต้อ้อมกอดของกลุ่มซีพีนั้น เทสโก้ โลตัส มีส่วนแบ่งตลาด อยู่ในมือประมาณ 19% ของตลาดค้าปลีกบ้านเรา เมื่อเข้ามารวมอยู่ในเครือซีพี จะทำให้ยักษ์ใหญ่รายนี้ มีส่วนแบ่งตลาด รวม 45% ในฝั่งของค้าปลีกโมเดิร์นเทรด
เรียกได้ว่า เกือบ 1 ใน 2 บาทที่คนไทยควักออกมาเพื่อซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกโมเดิร์นเทรด จะเข้าไปอยู่ในค้าปลีกของกลุ่มซีพี
เมื่อมองเข้ามาที่เหตุผลสำคัญของความพยายามในการทุ่มเงินเพื่อซื้อโลตัสของกลุมซีพีนั้น จะพบว่าการมีสินค้าดี นวัตกรรมเด่น การตลาดเยี่ยม ใช่ว่าจะสามารถชนะคู่แข่งได้เสมอไป เพราะอีกสิ่งสำคัญที่จะชี้วัดความสำเร็จได้ คือ ช่องทางจัดจำหน่าย
บริษัทไหนก็ตามถ้าสามารถครอบคลุมช่องทางจำหน่ายตามที่กลุ่มเป้าหมายของสินค้าอยู่ ย่อมเท่ากับว่าโอกาสการถูกเลือกจากลูกค้ามีสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการแข่งขันในทุก Category อย่างดุเดือด บริษัทรายใหญ่ชั้นนำของไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มซีพี หรือ ทีทีซี จำต้องหันไปเสริมศักยภาพธุรกิจจัดจำหน่ายของตนเอง ให้แข็ง แกร่ง เพื่อกระจายสินค้าเข้าถึงผู้บริโภค และเป็นการสร้างอำนาจต่อรองทางการค้า
เพราะการมีร้านค้าปลีกของตัวเองนั้น ไม่เพียงแค่จะสามารถควบคุมซัพพลายเชนได้ตั้งแต่ต้นน้ำคือการผลิต กลางน้ำที่เป็นเรื่องของการจัดจำหน่าย และปลายน้ำคือร้านค้าปลีกเท่านั้น การมีช่องทางขายหรือร้านค้าปลีกของตัวเอง ยังทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลบิ๊กดาต้าที่เป็นไลฟ์สไตล์การซื้อจริงของลูกค้ ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี
คำตอบในเรื่องนี้น่าจะถูกเฉลยผ่านการทุ่มงบมหาศาลเพื่อซื้อแม็คโคร และเทสโก้ โลตัส เพราะทั้ง 2 ส่วนนี้ เข้ามาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการทำตลาดของกลุ่มซีพี โดยเฉพาะกับการซื้อโลตัสกลับคืนมานั้น ทำให้กลุ่มซีพีสามารถเข้าถึงซัพพลายเชนด้านธุรกิจอาหารที่แข็งแกร่งของโลตัสในประเทศไทยได้ เพราะที่ผ่านมา โลตัสเองมีการบริหารจัดการในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเข้าไปดูแลตั้งแต่ต้นทางคือเกษตรกร ไปจนถึงมือลูกค้าโดยมีร้านค้าปลีกในเครือโลตัส เป็นช่องทางขายที่สำคัญ ทำให้กลุ่มซีพีสามารถนำมาต่อยอดเพื่อเข้าถึงจุดแข็งตรงนั้นได้
เช่นเดียวกับกลุ่มทีซีซีของคุณเจริญ ที่วางธุรกิจค้าปลีกเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยเติมเต็มทัพธุรกิจของกลุ่มในการรุกขยายออกไปยังตลาดอาเซียน ซึ่งสไตล์การทำธุรกิจของเสี่ยเจริญจะมีมุมที่ไม่แตกต่างจากเจ้าสัวซีพี นั่นคือ การคอนโทรลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ
ส่วนกลุ่มเซ็นทรัลนั้น แม้จะไม่มีค้าปลีกเซ็กเม้นต์ไฮเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในมือ แต่ท็อปส์ ซึ่งเป็นธุรกิจฟู้ด รีเทลในเครือก็มีการพัฒนาฟอร์แมตสโตร์ที่ครอบคลุมและออกมาในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ธุรกิจทั้งฟู้ด และนอนฟู้ดของค่ายนี้มีความแข็งแกร่งไม่แพ้กัน โดยมีหัวลากสำคัญในการผลักดันให้ค้าปลีกในเครือขยายออกไปในทุกพื้นที่ของประเทศคือศูนย์การค้าที่มีการพัฒนารูปแบบออกมาทั้งที่เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ภายใต้การดูแลของเซ็นทรัลพัฒนา ศูนย์การค้าขนาดกลางอย่างโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ และศูนย์การค้าขนาดเล็กภายใต้แบรนด์ท็อปส์พลาซ่าที่ทำโดยท็อปส์