การวางราคาแบบ Dynamic Pricing Strategy เป็นกลยุทธ์ราคาที่คล้ายคลึงกับที่ใช้ในธุรกิจโรงแรม สายการบิน การเข้าชมรายการกีฬาในสนามแข่งขัน และคอนเสิร์ต เช่น หากเส้นทางบินใดที่ได้รับความนิยมสูงก็จะมีราคาบัตรโดยสารสูงกว่าเส้นทางปกติหรือ หากเป็นเส้นทางบินในช่วงไฮซีซั่น มีความต้องการเดินทางสูง ราคาบัตรโดยสารก็จะสูงเพิ่มขึ้นจากปกติ
กลยุทธ์ราคาในรูปแบบที่ว่านี้ ยังคงถูกนำมาใช้จนถึงปัจจุบัน โดยเมเจอร์จะคิดราคาค่าตั๋วหนังตามโลเกชั่นที่เป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์ รวมถึงตั้งราคาค่าตั๋วตามรอบที่ฉาย โดยสาขาที่อยู่ในโลเกชั่นที่มีการแข่งขันรุนแรง จะเลือกใช้กลยุทธ์ราคา 100 บาท สำหรับวันเสาร์ – อาทิตย์ รอบก่อนเที่ยงวัน หรือราคา 100 บาท สำหรับรอบดึก ซึ่งเป็นการดึงคนเข้ามาชมภาพยนตร์ในรอบที่โดยปกติแล้วมีคนเข้ามาดูไม่มากนัก กลยุทธ์ราคาค่าตั๋ว 100 บาท จึงเข้ามาช่วยเติมเต็ม และดึงคนเข้าโรงในจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมที่ยังไม่ใช่กลยุทธ์นี้
กลยุทธ์ราคามีผลต่อการดึงคนเข้ามาดูหนังในโรงของเครือเมเจอร์เพิ่มมากขึ้น โดยกลยุทธ์ราคา 100 บาท ในบางรอบนี้จะทำในบางโลเกชั่นที่มีคู่แข่งมาก แต่การทำจะไม่กระทบ หรือไม่เสียโครงสร้างราคาโดยรวมของเมเจอร์ โดยราคาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการดึงคนให้เข้ามาชมภาพยนตร์ในโรงของเมเจอร์มากขึ้น แต่เรื่องอื่นๆ อย่างตัวคอนเทนต์ บริการ หรือบรรยากาศภายในโรงภาพยนตร์ก็สำคัญไม่แพ้กัน การดึงคนไทยที่ยังชมภาพยนตร์เฉลี่ยต่อคนต่อปีน้อยกว่าหลายๆ ประเทศ จึงต้องมีการใช้กลยุทธ์ที่ครบทุกเรื่องที่กล่าวมา
หากมองเข้ามาที่ตัวเลขการเข้าโรงหนังของคนไทยที่เมเจอร์ให้ไว้นั้น จะพบว่า คนไทยกว่า 70 ล้านคน มีไม่ถึง 5 ล้านคน ที่เข้าโรงหนัง