อนุวัติ วิเชียรณรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท 4NOLOGUE จำกัด และบริษัท กรุ๊ปโฟร์ จำกัด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ธุรกิจอีเวนท์เจอกับช่วงวิกฤตมาหลายเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ทางการเมือง และน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 จึงมีการเตรียมเงินสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉินในระหว่างที่ไม่สามารถทำธุรกิจได้ใน 1 ปีไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาท และยังบริหารความเสี่ยงด้วยการกระจายพอร์ตธุรกิจเพิ่มในยูนิตของธุรกิจบริหารจัดการศิลปิน, สื่อโฆษณา, ดิจิทัล โซลูชั่น, เมอร์แชนไดส์คอมเมิร์ซ และการบริหารจัดการข้อมูล จากเดิมที่มีแค่ธุรกิจอีเวนท์ กับคอนเสิร์ต จากการเป็นตัวแทนนำเข้าศิลปินจากต่างประเทศอย่างดงบังชินกิ และ GOT7 เป็นต้น
“พอเรามีหลายๆ ยูนิต ทำให้เราบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น แม้ยูนิตอีเวนท์คอนเสิร์ตจะมีรายได้เป็นศูนย์ก็ตาม แต่ยูนิตอื่นมีรายได้โตขึ้น โดยเฉพาะยูนิตดิจิทัล ซึ่งเรามีการลงทุนเพิ่มอีกกว่า 50 ล้านบาท พัฒนาคอนเสิร์ตที่มีแพลตฟอร์มทั้งออนกราวด์ และออนไลน์รูปแบบใหม่ในลักษณะไฮบริดเอนเตอร์เทนเม้นต์ ซึ่งจะเปิดตัวกับ TRINITY เป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคมนี้”
อนุวัติ กล่าวว่า คอนเสิร์ตที่มิกซ์ระหว่างออนกราวด์กับออนไลน์ของ 4NOLOGUE จะแตกต่างจากคอนเสิร์ตออนไลน์ที่อื่นตรงที่ 4NOLOGUE จะใส่รายละเอียดเรื่องมุมกล้อง และโปรดักชั่น ให้คนดูที่ดูออนกราวด์ และดูออนไลน์สนุกและมีส่วนร่วมกับงานคอนเสิร์ตมากที่สุด นอกจากนี้ในปลายปี 4NOLOGUE ยังเตรียมเปิดตัวศิลปินในค่ายอีก 2-3 วง
“เรามองเห็น Potential ของตลาดและศิลปินไทยที่มีความสามารถในระดับสากล เพียงแต่ว่าต้องได้รับการผลัก ดันเพื่อดึงศักยภาพของเขาออกมา ซึ่งผมมี Passion ที่จะปั้นศิลปินไทยให้เป็นแบบนั้น ดูได้จาก TRINITY ศิลปินแรกของค่าย 4NOLOGUE ที่มีฟีดแบ็คดีมาก มีฐานแฟนคลับเฉพาะในช่องทางของเรา 1.5 ล้านคน ไม่รวมฐานแฟนคลับที่ติดตามศิลปินอีก 10 ล้านบาท ปลายปีนี้เราจึงมีแผนเปิดตัวศิลปินใหม่ทั้งเกิร์ลกรุ๊ป และบอยแบนด์”
อย่างไรก็ดี จากากรรุกตลาดและไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ในท่ามกลางวิกฤต 4NOLOGUE จึงเป็นตัวอย่างของธุรกิจเอนเตอร์เทนเม้นต์ที่ได้รับผลกระทบไม่มากนัก โดยคาดว่าปีนี้รายได้จะลดลง 10-15% จากปีก่อนที่มีรายได้ 700 ล้านบาท
“ผมคิดว่าคนที่ทำธุรกิจเอนเตอร์เทนเม้นต์ เราต้องสร้างความหวัง และมีความสุขกับตัวเองก่อนที่จะไปสร้างความสุขให้คนอื่น ผมจึงคิดว่าสถานการณ์แบบนี้คนที่ทำธุรกิจนี้ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ และปรับตัว มองปัญหาต่างๆ ให้เป็นความท้าทาย”