QueQ
โซลูชั่นที่มากกว่าการจองคิว
QueQ คือ แอพพลิเคชั่นตัวช่วยในเรื่องของระบบการจองคิว เริ่มต้นจากการจองคิวร้านค้าต่างๆ ที่สามารถจองคิวได้ตั้งแต่ยังอยู่บนรถ หรือระหว่างเดินทางไปที่ร้านนั้นๆ รวมถึงการสั่งอาหารกลับบ้านง่ายๆ โดยไม่ต้องไปยืนรอ ต่อมาได้ขยายการให้บริการไปสู่การจองคิวในธุรกิจประเภทอื่นๆ เช่น ธนาคาร โรงพยาบาล บริการสาธารณสุข เป็นต้น
ปัจจุบัน QueQ ยังได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ Counter Service และเพิ่มหมวดหมู่ร้านค้า และบริการที่ได้รับมาตรฐาน SHA จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงการจองการเดินทางเข้าอุทยานแห่งชาติ
คุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิวคิว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่อง Queuing Solution เมื่อภาครัฐประกาศล็อกดาวน์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลทำให้ห้างสรรพสินค้าต้องปิดการให้บริการ ร้านอาหารที่อยู่ภายในห้างก็มีรายได้ลดลงเหลือเพียง 20 - 30% และสิ่งที่ตามมาคือการยกเลิกการใช้ IT Service ของร้านอาหารต่างๆ กระทั่งเมื่อภาครัฐมีมาตรการคลายล็อกดาวน์ QueQ ก็กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกิด Social Distancing อีกครั้ง
“ในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ QueQ ก็ได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ จึงเริ่มมีการปรับตัว ด้วยการไปรื้อดูแผนงานว่า ปีนี้เราจะทำอะไรกันบ้าง และนำมาเร่งทำกันในช่วงนั้น เราเชื่อว่าโซลูชั่นแบบเราจะไปตอบโจทย์ Pain Point เมื่อมีการล็อกดาวน์เกิดขึ้น เรามีโอกาสได้ทำตลาดกับทางภาครัฐ โดยเริ่มจากการเซตอัพระบบคิวให้กับทางสถานทูตไทยที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ทำให้เห็นว่าโซลูชั่นของเราสามารถตอบโจทย์การทำงานขององค์กรที่มีปัญหาแม้ว่าจะอยู่กันคนละฝั่งซีกโลก และมองว่า ยังมีหน่วยงานอีกหลายแห่งที่มีปัญหาแบบเดียวกัน จึงเร่งพัฒนาตลาดตรงนี้”
ปัจจุบัน QueQ ได้ขยายระบบไปที่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) โดยเข้าไปวางระบบคิวให้กับตม. ในจังหวัดต่างๆ เพราะวิกฤตโควิด-19 ทำให้มีคนต่างชาติติดค้างอยู่เป็นจำนวนมาก และต้องการต่อวีซ่าการอยู่ในประเทศไทย จึงเห็นว่า ภาครัฐเริ่มมองเห็นความจำเป็นในการใช้ระบบคิวเพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นสาเหตุให้มีการพัฒนาหลายๆ โซลูชั่นเพื่อไปตอบโจทย์ Pain Point ของหน่วยงานต่างๆ ในภาครัฐมากขึ้น กลายโอกาสที่เข้ามากับวิกฤตครั้งนี้ จากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นร้านอาหาร โรงพยาบาล ก็มีโอกาสได้ขยายสู่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นภาครัฐในปัจจุบัน”
ปัจจุบัน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้มีการออกมาตรฐาน SHA เพื่อยืนยันในเรื่องของความปลอดภัยให้กับธุรกิจต่างๆ ที่ครอบคลุม 10 ประเภทกิจการ เช่น ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก สปา/ร้านนวด เป็นต้น โดยทางททท.ได้มีการร่วมกับทาง QueQ เพื่อให้กิจการร้านค้าต่างๆ ได้นำระบบของ QueQ ไปใช้งานเพื่อสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัย และเพื่อรองรับกับการท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศไทย
“เซอร์วิสแบบที่ QueQ ทำออกไป จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในเรื่องของการนัดหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่างทำผม หรือนัดคุณหมอ จะได้ไม่ต้องไปนั่งรอทำให้เกิดความเสี่ยงในการติดโรคได้ อีกทั้งยังช่วยทำให้สามารถวางแผนได้ล่วงหน้า ช่วยเสริมสร้างพฤติกรรมคนไทยให้มีระเบียบมากขึ้น สามารถบริหารเวลาได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่นก็จะมีความเสี่ยง การรีบเข้ารีบออกจะเป็นเรื่องที่ดี จึงควรมีการวางแผนล่วงหน้า”
ล่าสุด QueQ ได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งาน เพื่อให้สามารถวางแผนเรื่องการท่องเที่ยวได้ โดยการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ให้สามารถจองการเดินทางเข้าอุทยานแห่งชาติได้ทั่วประเทศ โดย QueQ ได้เข้าไปช่วยวางระบบรอคิว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปท่องเที่ยวได้ตามเวลา ช่วยลดความหนาแน่นของรถยนต์ที่ด่านทางเข้า ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องไปรวมตัวกันอยู่ตรงทางเข้าของอุทยานแห่งชาติในช่วงเวลาเดียวกัน
คุณรังสรรค์ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาสตาร์ทอัพไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นรูปแบบธุรกิจที่ถูกสร้างขึ้นมาบนความไม่แน่นอนเพราะมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา และในช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่ดีสำหรับสตาร์ทอัพที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ และได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ได้ปรับเปลี่ยนตัวเอง โดยเฉพาะสตาร์ทอัพที่ยังอยู่ในอุตสาหกรรมที่ถดถอย และยังไม่เห็นทางออก ซึ่งอาจต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อไปทำอย่างอื่นก่อน
“เราอาจต้องถอดหมวกสตาร์ทอัพวางไว้ข้างๆ ก่อน และหยิบหมวกเอสเอ็มอีมาใส่เพื่อทำให้ Cash Flow เข้ามาในบริษัทให้เร็วที่สุด และลุยต่อ เราอาจจะเจออะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในวิกฤตครั้งนี้ และกลายเป็นตัวที่ดีกว่าของเดิมที่มีอยู่ก็เป็นได้ ซึ่งปกติสตาร์ทอัพต้องใช้เงินมหาศาลในการสร้างดีมานด์ให้คนเปลี่ยนพฤติกรรม แต่จังหวะนี้ถ้าเราไปได้ถูกทางพฤติกรรมจะเปลี่ยนเองโดยไม่ต้องใช้เงินไปจ่ายเพื่อเปลี่ยน ต้องมองเรื่องเหล่านี้ให้ออก ลุยต่อไป สู้ต่อไป ก็อาจเจอทางที่ใช่สำหรับเราในอนาคต” คุณรังสรรค์ กล่าว
ติดตามสตาร์ทอัพไทยที่มีโซลูชั่น และบริการดีๆ ได้ใน “Startup Marketplace is Live Now” รายการที่จะช่วยสร้างช่องทางการตลาดให้กับสตาร์ทอัพไทย ในช่วงสถานการณ์วิกฤต โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และติดตามข้อมูลข่าวสาร ได้ที่ FB Page: Startup Thailand และ FB Group: Startup Thailand Marketplace