ความสำเร็จของ Vivo เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดมาจากความบังเอิญ แต่เกิดจากคติพจน์ของบริษัทฯ ที่สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรของ Vivo ที่เน้นที่การทำในสิ่งที่ใช่ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ซึ่งคติดังกล่าวถ่ายทอดสู่การดำเนินธุรกิจที่ได้รับการยอมรับจากหุ้นส่วนและผู้ใช้งาน Vivo ตลอดจนสะท้อนผ่านการพัฒนาและผลิตสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้ใช้งานจากทีมผู้ผลิตที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์หลากหลาย นอกจากนี้ คตินี้ยังถูกส่งต่อสู่ซัพพลายเชนทุกระดับ ตั้งแต่การผลิตไปถึงการจัดจำหน่าย
ที่ดำเนินการจัดจำหน่ายผ่านบริษัทลูกในเครือ Vivo ยิ่งไปกว่านั้น Vivo คือแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ไม่ได้สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ หากแต่คำนึงถึงประสบการณ์การใช้งานจริงโดยยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เกิดเป็นโซลูชั่นนวัตกรรมที่ตอบทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ส่งต่อความหลงใหล: Vivo จับมือยูฟ่าส่งต่อความหลงใหลของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020
ในงานแถลงข่าว Vivo ยังได้ประกาศความร่วมมือกับสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่า (UEFA) สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปประจำปี 2020 และ 2024 โดยบทบาทของ Vivo คือการเป็น โกลบอล สมาร์ทโฟน (Global Smartphone) ของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ทั้งนี้ ประธานกรรมการภาคพื้นยุโรปของ Vivo กล่าวสรุปว่า “เราได้ร่วมกันส่งต่อความหลงใหลต่อกีฬาฟุตบอลแก่เพื่อนของเราทั่วโลก ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลสำคัญของเราในการร่วมมือกับยูฟ่าในต่อการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป โดยทั้งยูฟ่าและ Vivo ต่างแบ่งปันความหลงใหลต่อความสมบูรณ์แบบ รวมถึงนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าตื่นเต้นแก่แฟนคลับของเรา โดยการร่วมมือครั้งนี้นับเป็นคำมั่นสัญญาระยะยาวของเราต่อภูมิภาคยุโรป”
เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนครั้งแรกในตลาดยุโรป
งานแถลงข่าวครั้งนี้ ยังถือเป็นโอกาสให้ตัวแทนจาก Vivo ได้แนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมกลุ่มแรกสู่ตลาดยุโรป นำโดย Vivo X51 5G ที่มีคุณสมบัติกล้องกันสั่น (gimbal-mounted) นวัตกรรมการถ่ายภาพที่มั่นคงไม่สั่นไหวทำให้การถ่ายภาพและวีดีโอมีความแม่นยำ ในขณะที่การเคลื่ิอนไหวหรือในที่แสงน้อยก็ให้ภาพที่ชัดเจนเช่นกัน
บริษัทยังได้นำเสนอซีรีส์สมาร์ทโฟนระดับกลางจาก Vivo ใน Y series ทั้ง Y70, Y20s และ Y11s โดยเน้นจุดเด่นที่แบตเตอรี่ ดีไซน์ และคุณสมบัติอันโดดเด่นของกล้อง โดย Y Series จะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของ Vivo ในยุโรป ซึ่งนับเป็นไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของตลาดนี้ เนื่องจาก 62.5% ของสมาร์ทโฟนทั้งหมดที่ถูกจำหน่ายในยุโรปมีราคาต่ำกว่า 300 ยูโร3 นอกจากนี้ สมาร์ทโฟนใน Y Series ยังเหมาะกับผู้ใช้งานทั้งกลุ่มวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากแบตเตอรี่มีความจุมากและใช้งานได้ง่าย โดย Vivo Y20s และ Y11s มีแบตเตอรี่ความจุขนาด 5,000mAh และรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็วแบบ Clever Charging สามารถเปิดเครื่องต่อเนื่องได้นานถึงสองวันต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว
ทั้ง Vivo X และ Y series ติดตั้งชิปเซต Qualcomm Snapdragon และใช้ระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์ในเวอร์ชั่นใหม่ที่เรียบง่ายแบบมินิมอล ส่งผลให้อุปกรณ์สามารถทำงานอย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ มอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ผู้ใช้
สุดท้ายนี้ Vivo ยังแนะนำอุปกรณ์เสริมหูฟังไร้สาย 2 ซีรีส์ด้วยกัน โดยทั้งสองซีรีส์มอบเสียงเปี่ยมคุณภาพ พร้อมฟังก์ชัน Google Assistant และง่ายต่อการพกพา รุ่นแรกคือ Vivo Wireless Sport ที่ตั้งใจให้ผู้ใช้งานที่เป็นคนแอคทีฟที่ชอบฟังเพลงระหว่างไปยิมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ส่วนอีกรุ่นคือ Vivo True Wireless Earphones (TWS) ที่มาในรูปแบบกะทัดรัด ขนาด14.2 มิลลิเมตร โดยตั้งใจจะให้เป็นอุปกรณ์ที่จับคู่กับ Vivo X51 5G ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ด้วย Qualcomm aptX audio codecs และเทคโนโลยีด้านเสียงที่ล้ำหน้า เพื่อมอบประสบการณ์ด้านเสียงเหนือระดับที่สามารถปรับความดังได้ตามการได้ยินของผู้ใช้งานแต่ละคน
[1] บริษัทวิจัยตลาด Canalys ตลาดสมาร์ทโฟนประเทศจีน Canalys ตลาดสมาร์ทโฟนประเทศอินเดีย, บริษัทวิจัยตลาด Counterpoint ตลาดสมาร์ทโฟนอินโดนีเซีย ไตรมาสที่ 2 ปี 2020
[2] บริษัทวิจัยตลาด Canalys Smartphone Market Pulse, ไตรมาสที่ 2 ปี 2020
[3] บริษัทวิจัยตลาด Canalys Europe Smartphone Market, ไตรมาสที่ 2 ปี 2020