BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,313
VIEWS

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป กางผลสำรวจแรงงาน 8,000 คน เกี่ยวกับสิ่งที่พนักงานต้องการ หลังโควิด 19

พ.ย. 02, 2563

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวิถีการทำงานสู่รูปแบบการทำงาน “แบบปกติใหม่ (New Normal)”ขึ้น โดยล่าสุด “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างมากกว่า8,000 คนจาก 8 ประเทศครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก เกี่ยวกับสิ่งที่พนักงาน (แรงงาน) ต้องการหลังโควิด-19 ทั้งด้านการดำเนินชีวิตและการทำงานชี้พนักงานราว 94 เปอร์เซ็นต์ มีความกังวลเกี่ยวกับการกลับไปทำงาน และด้านการรักษาไว้ซึ่งตำแหน่งงาน มีลำดับความสำคัญสูงสุดสำหรับพนักงานในทุกประเทศและภาคส่วนสูงถึง 91 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นพนักงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ให้คุณค่าต่อความยืดหยุ่นมากที่สุด พร้อมแนะแรงงานทุกกลุ่มนำแนวทางประยุกต์ใช้ในยุควิถีชีวิตแบบปกติใหม่ เพื่อรับมือสถานการณ์อย่างระมัดระวัง

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ในฐานะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญตลาดแรงงานเชิงนวัตกรรมชั้นนำระดับโลก  ได้ทำการวิจัยสำรวจการทำงานรูปแบบใหม่ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่พนักงานต้องการหลังโควิด-19โดยสำรวจพนักงานมากกว่า 8,000 คนจาก 8 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เม็กซิโก สิงคโปร์ สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่านับตั้งแต่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 การวิจัยที่ได้ถูกดำเนินการเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 โดย Reputation Leaders โดยทำการสำรวจพนักงานอายุ 18 ปีขึ้นไปเฉลี่ยตามอายุ เพศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพนักงานในทุกประเทศมีลำดับความสำคัญหลัก 3 ประการสำหรับบรรทัดฐานใหม่ในอนาคต  ได้แก่ 1. ความเป็นอิสระและสถานที่ทำงานในรูปแบบที่ปรับตามความต้องการของตนเองซึ่งให้โอกาสในการทำงานทางไกลเป็นบางครั้งแต่ไม่ใช่ตลอดเวลา การเรียนรู้ตามความต้องการ 2.โอกาสที่เพิ่มขึ้นในการเรียนรู้ในรูปแบบเสมือนจริงและพัฒนาทักษะเพื่อให้ยังคงถูกจ้างงาน และประการสุดท้ายคือชีวิตที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  และ3.การมุ่งเน้นที่การผสมผสานชีวิตการทำงานและครอบครัวในระยะยาว

อีกทั้งพนักงานส่วนใหญ่เชื่อว่าภาวะวิกฤตจากโควิด-19ถือเป็นจุดสิ้นสุดของการทำงานประจำในแต่ละองค์กรและมองหารูปแบบการทำงานแบบผสมที่สามารถผสมผสานงานและบ้านตามข้อมูลจากงานวิจัยใหม่ของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป (NYSE: MAN)และลำดับถัดมาจะเป็นเรื่องความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองและครอบครัว พนักงานมีความกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับการกลับไปทำงานในรูปแบบเดิม  รวมทั้งการสูญเสียความยืดหยุ่นที่พวกเขาเคยได้รับอนาคตสำหรับพนักงานโดยพนักงานคือบทความฉบับที่สองของบทความในหัวข้อสิ่งที่พนักงานต้องการของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป งานวิจัยชี้ให้เห็นว่านายจ้างจำเป็นต้องนำแนวทางการให้ความสำคัญแก่บุคลากรเป็นอันดับแรกมาใช้และพิจารณาใหม่เกี่ยวกับอนาคตของการทำงานที่เหมาะสมสำหรับองค์กรและบุคคล เช่น การให้ความสำคัญแก่สุขภาพ สวัสดิภาพและความรับผิดชอบด้านการให้การดูแล

“สิ่งเริ่มต้นในฐานะภาวะวิกฤตทางสุขภาพได้กลายมาเป็นภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคมในเวลาต่อมาแม้ว่าประชากรในสัดส่วนไม่มากนักจะติดเชื้อโควิด-19 แต่ทุกคนจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19ในครั้งนี้”
โจนัส ไพรซิง ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ แมนพาวเวอร์กรุ๊ปกล่าว

นอกจากนี้ข้อมูลยังได้แสดงให้เห็นว่าพนักงานทั่วโลกรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการกลับไปทำงาน – พวกเขามีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพและความมั่นคงด้านอาชีพของตนเองโดยมองหารูปแบบและแนวทางการทำงานที่มีความยืดหยุ่นซึ่งช่วยให้แรงงานสามารถสร้างความสมดุลระหว่างการทำงานที่ออฟฟิศและบ้านได้ดียิ่งขึ้น  โดยองค์กรต่างๆ ที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะทางจิตใจและความยืดหยุ่น พร้อมยังแสดงให้เห็นถึงวิธีที่พวกเขาสร้างผลกระทบทางสังคมในช่วงเวลาที่ท้าทายจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถพิเศษและทำให้พนักงานมีความเชื่อมั่นมีสุขภาพดีและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

อย่างไรก็ตามในภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ความสามารถในการทำงานมีความสำคัญมากที่สุดสำหรับพนักงาน โดยพนักงาน 9 ใน 10 คนระบุว่าการรักษาไว้ซึ่งตำแหน่งงานของตนมีความสำคัญมากที่สุดอย่างไรก็ตาม วิธีที่พนักงานรู้สึกเกี่ยวกับการกลับไปทำงานแตกต่างกันตามเพศและความก้าวหน้าในอาชีพสรุปได้ดังนี้

  • พนักงานยุคเจเนอเรชั่นแซดและยุคมิลเลนเนียล:พนักงานยุคเจเนอเรชั่นแซดมีความกระตือรือร้นมากที่สุดที่จะกลับไปทำงานเพื่อพัฒนาอาชีพการงานและเข้าสังคมคิดเป็น51เปอร์เซ็นต์พนักงานยุคมิลเลนเนียลมีความรู้สึกเชิงบวกน้อยที่สุดอยู่ที่38เปอร์เซ็นต์
  • พนักงานยุคเจเนอเรชั่นเอ็กซ์และยุคบูมเมอร์:พนักงานยุคเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ให้คุณค่าต่อการกลับมาทำงานเพื่อให้ความร่วมมือและจดจ่อกับงาน รวมทั้งพักจากความรับผิดชอบต่อครอบครัว พนักงาน
    ยุคบูมเมอร์เลือกการเข้าสังคมและการร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานคิดเป็น34เปอร์เซ็นต์นับเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดในการกลับมาทำงาน
  • การแบ่งตามเพศ:ผู้ชายเกือบครึ่งหนึ่งราว46เปอร์เซ็นต์มีความรู้สึกเชิงบวกเกี่ยวกับการกลับไปทำงาน ในขณะที่ผู้หญิงเพียงหนึ่งในสามคิดเป็น 35เปอร์เซ็นต์รู้สึกเหมือนกันผู้หญิงระบุต่ออีกว่ารู้สึกกังวลและประหม่ามากกว่าเกี่ยวกับการกลับไปทำงาน ทั้งนี้ผู้ชายและผู้หญิงจัดอันดับให้การไม่ต้องเดินทางและการมีความยืดหยุ่นในการทำงานตามความสะดวกเป็นข้อดีอยู่ใน 3 อันดับแรกของการทำงานที่บ้าน 
  • ส่วนพ่อแม่ที่ต้องทำงาน:ผู้ชายที่มีลูกจัดอันดับให้การใช้เวลากับครอบครัวเป็นข้อดีอันดับแรกของการทำงานทางไกล ผู้หญิงมีความรู้สึกเชิงลบมากกว่าเกี่ยวกับการกลับไปทำงานโดยมีความกังวลเพิ่มขึ้น  ทั้งนี้ในกลุ่มที่มีลูกอายุน้อยคิดเป็น 61เปอร์เซ็นต์สำหรับลูกอายุ 0-5 ปี คิดเป็น 53เปอร์เซ็นต์สำหรับลูกอายุ 6-17 ปี และ 50เปอร์เซ็นต์สำหรับลูกอายุ 18 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ผลการวิจัยที่แมนพาวเวอร์กรุ๊ปหลังเกิดโควิด-19ได้ส่งผลกระทบระดับโลกต่องานทั้งด้านการรักษาไว้ซึ่งตำแหน่งงานของตนมีความสำคัญสูงสุดสำหรับพนักงานทั่วโลกและความกังวลด้านสุขภาพ พนักงานกังวลใจมากที่สุดเกี่ยวกับการกลับไปปฏิบัติงานในรูปแบบเดิม โดยสูญเสียความยืดหยุ่นที่พวกเขาเคยได้รับ  และ 8 ใน 10 ต้องการความสมดุลเพิ่มขึ้นระหว่างงานและครอบครัวในอนาคต ส่วน 43 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพนักงานเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นจุดสิ้นสุดของการทำงานในรูปแบบของการเข้างาน 9.00 น. และเลิกงาน 17.00 น. พนักงานส่วนใหญ่ต้องการเข้าปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงาน 2-3 วันต่อสัปดาห์

จากข้อสรุปดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการของกลุ่มแรงงานนั้นมีสิ่งใดที่เป็นหัวใจหลักที่ส่งผลต่อวิถีการทำงานและดำเนินชีวิต ซึ่งผู้บริหารรวมถึงนักทรัพยากรบุคคลต่างๆ อาจจะนำผลการสำรวจครั้งนี้ไปวิเคราะห์ ประยุกต์และเตรียมแนวทางการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและสอดคล้องกับวิถีชีวิตในยุค New normal ได้ไม่มากก็น้อย ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับสมบูรณ์ในหัวข้อ อนาคตสำหรับพนักงานโดยพนักงาน การทำให้ความปกติในอนาคตดียิ่งขึ้นสำหรับทุกคน กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์https://www.manpowerthailand.com/the-future-for-workerและhttps://go.manpowergroup.com/futureforworkers

 

ฝ่าวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ ส่งโดรนปฏิบัติการลำเลียงถุงยังชีพ-เวชภัณฑ์ช่วยผู้ประสบภัย

บลจ.กสิกรไทย จัดใหญ่ “Know The Markets Summit 2025” ชวน J.P. Morgan Asset Management แนะพอร์ตที่ใช่ สู่รีไทร์เมนท์โซลูชั่น

“กิฟฟารีน” เปิดตัว AI Coach เพิ่มขีดความสามารถนักขายด้วยเทรนเนอร์ส่วนตัว ผสานเทคโนโลยีและโซลูชั่นจาก “ไมโครซอฟท์” และ “ฟรอนทิส”

ออฟฟิศเมท จัดงานใหญ่ “OFM EcoConnect 2025” ผนึกพันธมิตรเปิดเวทีเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ตอกย้ำการเป็นผู้นำโซลูชั่น B2B

อาร์อีเอส รีนิวเอเบิล เอนเนอร์ยี่ โซลูชั่น เปิดตัว “เครื่องมือตรวจวัดประสิทธิภาพ แผงโซลาร์เซลล์ที่มีความยาวเกิน 2 เมตร”

PANTENE ลุยตลาดผมเสีย เสิร์ฟโซลูชั่น เอาใจคนรุ่นใหม่ที่รักการทำผม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

ถอดรหัส 3 Intelligence Engines กลยุทธ์ปับลิซิส กรุ๊ป รับมือโลกการตลาดยุคซับซ้อน

“Passion ไม่พอ ต้องเข้าใจเกม” สูตรสำเร็จของ “ภิสสรา อุมะวิชนี” ผู้ก่อตั้ง Parfums Dusita

ชวนคิดตาม รศ.นพ.ฉันชาย ออกแบบชีวิตก่อนที่ชีวิตจะออกแบบเรา บทเรียนจาก Living for Lasting Life

Read More Stories  

Research

หรือนี่คือเหตุผลคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก ชะตากรรมเด็ก Gen Beta ปริญญาไร้ค่า ไร้งานออฟฟิศ บำนาญ+ประกันสังคมไม่พอใช้

สรุป 5 ประเด็นร้อนสงกรานต์ 2569 ‘สีลม’ ยังแตก ‘เชียงใหม่’ คือม้ามืด และศึก ‘พอกผิว’ ที่กลายเป็นไวรัลทั่ว TikTok

ราคาเบนซินพุ่งสูง ส่งผลยอดขาย EV ในยุโรป ทำสถิติสูงสุดในเดือนมีนาคม 2026

ดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก นิวยอร์กยืนหนึ่ง โตเกียวคืนฟอร์ม ไทยร่วงสู่อันดับ 100 ตามหลังเวียดนาม

Read More Stories  

Digest

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมรณรงค์ความปลอดภัยการเดินทางและการส่งเสริมการประกันภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

LH Bank จับมือ บิ๊กซี เปิดให้บริการฝาก-ถอนเงินสด พร้อมโปรโมชันฝากเงินรับคูปองส่วนลด

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกิจกรรม T Mark Clinic ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยกว่า 100 รายสู่มาตรฐานสากล

Unboxing Ideas

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

ดื่มน้อยลง ออกมาทำกิจกรรมมากขึ้น ถอดรหัส RISE Coffee กับการปั้น ‘Morning Affair’ ดึงคนร่วมงานกว่า 4,000 คน

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact