เมื่อ Tadashi Yanai ลาออกจากคณะกรรมการของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนด้านเทคโนโลยี SoftBank Group ในปลายปี 2019 โฆษกของบริษัทได้กล่าวว่า Tadashi Yanai วางแผนที่จะมุ่งเน้นไปที่งานของเขาเอง ในการดำเนินธุรกิจ Fast Retailing
Tadashi Yanai เป็นผู้บริหารที่ไม่เพียงต้องการให้ธุรกิจของตนเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังต้องการการเปลี่ยนแปลงและเติบโตที่มากขึ้น
ต้องยอมรับว่าความสมดุลของคุณภาพและราคาสินค้าของ Uniqlo คือปัจจัยหลักที่ทำให้สินค้าได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค ซึ่งทำให้ Uniqlo ครองส่วนแบ่งตลาดในตลาดเอเชียเพิ่มขึ้น
ทุกวันนี้ Uniqlo ยังมีการขยายเครือข่ายออกไปอย่างกว้างขวาง โดยกำหนดกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายไปที่กลุ่มลูกค้าทุกวัย และทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งหมายความว่าตลาดที่มีศักยภาพในระยะยาวสำหรับ Uniqlo นั้นใหญ่กว่า Zara
Takahiro Saito CEO บริษัทที่ปรึกษาด้านการค้าปลีกแฟชั่น Demand Works และผู้เขียนหนังสือเรื่อง Uniqlo VS Zara ได้กล่าวว่า ในที่สุด Uniqlo จะได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่ 1 ของโลก ในแง่ของรายได้ แต่เขายังกล่าวว่า แต่ก็ยังคงอยู่เบื้องหลัง Zara ในด้านการทำกำไร
Inditex ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Zara สร้างรายได้ 31,500 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิ 4 พันล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo สร้างรายได้จากยอดขาย 20,700 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนสิงหาคม 2019 อ้างอิงข้อมูลจาก Quick-FactSet
การที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปซื้อทางออนไลน์มากขึ้น Uniqlo จึงเสียเปรียบเมื่อเทียบกับ Zara ในการแข่งขันเพื่อสร้างผลกำไร Saito ได้ชี้ให้เห็นว่า สินค้าของ Uniqlo มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าตามเทรนด์ของ Zara
รายได้จากอีคอมเมิร์ซของ Uniqlo ในปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 11% ของยอดขายของ Fast Retailing ทั้งหมด ส่วน Inditex ซึ่งมียอดขายมากกว่า Fast Retailing มีรายได้จากอีคอมเมิร์ซคิดเป็น 14 % ของยอดขายทั้งหมดในปีงบประมาณ 2019
สำหรับปีงบประมาณ 2019 Uniqlo มีเป้าหมายที่จะเพิ่มอัตราส่วนรายได้จากอีคอมเมิร์ซขึ้นเป็น 30%
กล่าวได้ว่า Uniqlo ประสบความสำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ในการปลูกฝังความภักดีของลูกค้าชาวญี่ปุ่น จะติดก็เพียงแค่ว่าพื้นที่ที่จะเติบโตในตลาดญี่ปุ่นมีจำกัด ดังนั้น Fast Retailing จึงมองว่า เอเชียจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญของบริษัทในอนาคต
Tadashi Yanai กล่าวว่า ในอนาคตจีนแผ่นดินใหญ่จะมีจำนวนร้าน Uniqlo ติดอันดับสูงสุด เมื่อเทียบกับร้านค้าในญี่ปุ่นที่มีจำนวนโดยรวมที่ 814 แห่งรวมทั้งแฟรนไชส์ โดยในปัจจุบันจีนแผ่นดินใหญ่มีร้าน Uniqlo ถึง 782 แห่งแล้ว ณ สิ้นเดือนกันยายน ซึ่งจำนวนดังกล่าวแซงหน้าญี่ปุ่นไปแล้วในแง่ของร้านค้าที่บริษัทดำเนินการโดยตรง รวมทั้งยังแซงหน้าร้านค้าของ H&M และ Zara ในจีน
จีนยังถือเป็นศูนย์กลางการผลิตหลักสำหรับ Fast Retailing โดยทางบริษัทได้เข้ามาตั้งฐานการผลิตครั้งแรกในเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ปี 1999 ก่อนที่จะเปิดตัวร้านค้าแห่งแรกในปี 2002