BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
17,804
VIEWS

9 เทรนด์โซเชียลมีเดีย ปี 2021

ธ.ค. 11, 2563 P.Patikom

ปี 2020 เป็นปีแห่งการนั่งรถไฟเหาะตีลังกาสำหรับนักการตลาด การแพร่ระบาดของไวรัส COVID -19 ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคและความต้องการของอุตสาหกรรมเปลี่ยนไป และแบรนด์ต่างๆ ควรตระหนักถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และปรับเนื้อหาและการสื่อสารเกี่ยวกับแบรนด์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน

จากการศึกษาล่าสุดของ Talkwalker และ Hubspot พบว่า ยุทธศาสตร์การตลาดของปี 2021 จะถูกกำหนดโดย "4 Cs" ที่เกี่ยวเนื่องกับการดูแลตัวเองและรับผิดชอบต่อสังคมในช่วงเวลาแห่งการระบาดของ COVID-19 ซึ่งประกอบด้วย Community (ชุมชน), Contactless (ไม่มีการสัมผัส), Cleanliness (ความสะอาด), Compassion (เมตตาจิต)

จากรายงานพบว่า ทั้ง 4 ประเด็นนี้ได้รับความนิยมทางออนไลน์ และกลายเป็นตัวขับเคลื่อนการพูดคุยสนทนาสื่อสารกันระหว่างผู้คนในชุมชน ดังนั้นแบรนด์ต่างๆ จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารโดยคำนึงถึงสิ่งนี้

นอกจากนี้ยังมีช่องว่างในการสื่อสารระหว่างผู้บริโภคและแบรนด์ เมื่อพูดถึง 4Cs ในขณะที่การสื่อสารของภาคธุรกิจมุ่งเน้นไปที่ข่าวสารเกี่ยวกับการสนับสนุนชุมชน แต่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสะอาดมากขึ้น

ในอนาคต แม้ว่าแบรนด์ต่างๆ จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่สนทนากันในช่วง COVID-19 ระบาด แต่ก็ยังต้องประเมินเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าการสื่อสารของแบรนด์มีความเกี่ยวข้องกันกับสถานการณ์ นอกจากนี้แบรนด์ต่างๆ จะต้องตระหนักอย่างมากถึงการแพร่ระบาด เมื่อต้องพัฒนาเนื้อหาของแบรนด์ จากการศึกษาพบว่า COVID-19 เป็นตัวขับเคลื่อนแรงจูงใจของผู้บริโภค ซึ่งการโฆษณาเชิงรุกจะไม่ได้ผล แต่แบรนด์ควรให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมความต้องการและข้อกังวลของผู้บริโภค

และนี่คือแนวโน้มของโซเชียลมีเดียปี 2021 รวมทั้งสิ้น 9 ประเด็น ที่แบรนด์ต้องคำนึงถึงในปีหน้า

1. A Little More Conversational Marketing (การตลาดที่ต้องอาศัยการพูดคุยสนทนาสื่อสารทีละเล็กทีละน้อยต่อเนื่อง)

โรคระบาด ทำให้การสื่อสารระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ต้องอาศัยการพูดคุยสนทนาสื่อสารกันโดยการเชื่อมต่อกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทีละเล็กทีละน้อยต่อเนื่อง การสนทนากันเช่นนี้จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค เป็นการสร้างความสัมพันธ์ผ่านเนื้อหาแบบตัวต่อตัว และช่วยสร้างยอดขาย Talkwalker คาดการณ์ว่าในปี 2021 การตลาดเชิงสนทนา (Conversational Marketing) จะมีการใช้งานอย่างมีศักยภาพเต็มที่

การตลาดเชิงสนทนา มีความยืดหยุ่นสูง แบรนด์ต่าง ๆ สามารถปรับเปลี่ยนเรื่องราวการสนทนาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองสถานการณ์หรือผู้บริโภคที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ยังเพิ่มศักยภาพทางการตลาดเชิงสนทนา ด้วยโซลูชั่นที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการสนทนาแบบ Omni Channel ด้วยแชตบอท

 

2. Nostalgia Marketing (การตลาดที่หวนคำนึงถึงอดีตที่มีความสุข)

การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในสังคมและวิถีชีวิตที่เกิดจากผลกระทบของ COVID-19 ทำให้แบรนด์ใช้การตลาดแบบ Nostalgia มากขึ้น การตลาดแบบ Nostalgia เชื่อมโยงอารมณ์เชิงบวกที่แข็งแกร่งเข้ากับแบรนด์ และทำให้อารมณ์ดีขึ้น ในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ผู้บริโภคมองหาการเชื่อมต่อกับช่วงเวลาที่มีความสุขในอดีตมากขึ้น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากสถานการณ์ปัจจุบัน จากการศึกษาพบว่าการตลาดแบบ Nostalgia ถูกนำมาใช้มากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำปี 1920 และในช่วงเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2000 ดังนั้น การตลาดแบบนี้จึงน่าจะมีการใช้มากขึ้นอีกครั้ง ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำที่กำลังเกิดขึ้นและคาดว่าจะเป็นเช่นนี้ในอีกหลายปีข้างหน้า

เมื่อมีการกำหนดข้อจำกัดทางสังคมและการเดินทาง ในโซเชียลมีเดียได้มีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับความคิดถึงหรือการจดจำอดีตที่มีความสุขเพิ่มขึ้นจากเดิม จากที่มีการกล่าวถึง 13 ล้านครั้ง เป็น 24.4 ล้านครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 88%

ผู้คนต้องการระลึกถึง“ วันเวลาที่ดี” ถึงแม้ว่ามันจะไม่ดีมากนักก็ตาม เพราะการเชื่อมต่อกับความทรงจำเชิงบวกจากอดีตจะช่วยให้ผู้คนหลุดพ้นจากการต่อสู้กับความทุกข์ยากในปัจจุบัน

ดังนั้นแบรนด์จึงควรตั้งเป้าหมายที่จะเชื่อมโยงความทรงจำเชิงบวกนั้นกับแบรนด์ของตน และความรู้สึกในแง่บวกจะสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค เมื่อแบรนด์ทำให้ผู้บริโภครู้สึกดี พวกเขาจะเชื่อมโยงความรู้สึกกับแบรนด์นั้นว่าเป็นแบรนด์ที่ดี

3. Socially-conscious Marketing (การตลาดที่คำนึงถึงสังคม)

จากการศึกษาพบว่า แนวโน้มที่ส่งผลกระทบมากที่สุด คือการเพิ่มขึ้นของผู้บริโภคที่ใส่ใจสังคม ในปี 2020 คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจต่อสังคมนี้ได้ถูกมองว่าสร้างผลกระทบต่อแบรนด์ทางการเมืองและสังคมโดยรวม สิ่งเหล่านี้มีประเด็นต่าง ๆ หลากหลาย เช่น ตั้งแต่ #BlackLiveMatters ไปจนถึงเรื่องราวของ Xiaxue ที่เป็น Influencer (ผู้มีอิทธิพลในสื่อโซเชียล) ในระหว่างการเลือกตั้งในสิงคโปร์ ซึ่งผู้บริโภคเรียกร้องให้แบรนด์ต่างๆ หยุดทำงานร่วมกับเธอ

นอกจากนี้ยังพบประเด็นอื่นๆ ที่ผู้บริโภคสนใจ เช่น ความเท่าเทียมกันทางสังคม, การศึกษา, สุขภาพ, การเงิน, แนวโน้มอาหารที่เปลี่ยนไป เหล่านี้เป็นการสนทนาที่แพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย หัวข้อเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคนรุ่นนี้ และโซเชียลมีเดียเป็นวิธีที่จะดึงดูดความสนใจของพวกเขา

ดังนั้นแบรนด์ต่าง ๆ จะต้องมีส่วนร่วมมากขึ้นในประเด็นต่าง ๆ เช่น สุขภาพจิต, การรวมตัวกัน และความยุติธรรมในสังคม แต่ถ้าไม่คิดจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ ก็อาจเป็นแบรนด์ที่ล้าสมัยได้ในปี 2021

4. The Rise of Digital Disinformation (การเพิ่มขึ้นของการบิดเบือนข้อมูลดิจิทัล)

อุตสาหกรรมการตลาดยังสามารถคาดหวังว่าปี 2021 จะเป็นปีที่แบรนด์และช่องทางโซเชียลมีเดีย ให้ความสำคัญกับการเน้นย้ำความจริง แต่ขณะเดียวกันปริมาณ "ข่าวปลอม (Fake News)" ก็เพิ่มขึ้น และทำให้เส้นแบ่งระหว่างเรื่องจริงและเรื่องแต่งในโซเชียลมีเดียมักจะเบลอ ทำให้ประเด็นการบิดเบือนข้อมูลกลายเป็นประเด็นสำคัญ ขณะที่สังคมกำลังเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอนเพราะการระบาดของ COVID-19 และความไม่แน่นอนนี้ได้ก่อให้เกิดแหล่งข้อมูลที่ผิด โดยมีเรื่องเท็จที่นำไปสู่การตัดสินใจที่เปลี่ยนแปลงชีวิต

ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020 เป็นต้นมา การกล่าวถึงข่าวปลอม, ข้อมูลที่ผิด และทฤษฎีสมคบคิดเพิ่มขึ้นอย่างมาก การเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันของ COVID-19 ทำให้ผู้คนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการระบาดทั่วโลกอย่างมาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้คนจะระบุแหล่งที่มาของข้อมูลที่ผู้บริโภครู้สึกว่าเชื่อถือได้ สิ่งนี้ทำให้ผู้บริโภคเติมเต็มช่องว่างให้กับตัวเอง นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของข่าวปลอมและทฤษฎีสมคบคิด

5. Social Media Giants Adapt to the New Normal (โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติใหม่)

ในช่วง 13 เดือนที่ผ่านมา ระดับของข่าวเกี่ยวกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุด 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Facebook, Twitter และ Instagram มีความสมดุลโดย Twitter ได้รับการกล่าวถึงมากกว่าเล็กน้อยในช่องข่าวดิจิทัล แม้จะมีความแตกต่างในกลุ่มผู้ชม ข้อมูลประชากร และ Users แต่ช่องเหล่านี้ก็มีตำแหน่งที่คล้ายคลึงกันในใจผู้บริโภค และไม่น่าจะสูญเสียความโดดเด่นนั้น แม้ว่าการใช้ TikTok จะเพิ่มมากขึ้น แต่จากการศึกษาพบว่า ยังมีหนทางอีกยาวไกล กว่าที่ TikTok จะไล่ทัน

แพลตฟอร์มใหญ่เหล่านี้ มีขนาดและความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว การผสมผสานฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Facebook Horizon หรือทวีตเสียง (Voice Tweets) ของ Twitter ได้รับความนิยมอย่างมาก และในปี 2021 สิ่งเหล่านี้จะยังคงมีส่วนสำคัญในตลาดโซเชียลมีเดีย แม้ว่าจะไม่ใช่แพลตฟอร์มเดียวที่ใช้ในปัจจุบันก็ตาม

6. Protecting Your Brand from Memetic Media (ปกป้องแบรนด์ของคุณจากสื่อ Memetic

Memes (คำจำกัดความของ Meme ที่พอจะเข้าใจง่ายที่สุด คือ “กระแสมุขขำขันบางอย่างที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย” Meme เป็นได้ทั้งภาพ คลิปวิดีโอ คำพูด วลี ประโยคเด็ด และไม่ได้จำกัดว่า จะเป็นคนหรือสัตว์ ไม่ว่าอะไรก็เป็น Meme ได้ถ้ามันตลกพอ มันเป็นเทรนด์โซเชียลมีเดียที่กำลังได้รับความนิยม) จากการศึกษาพบว่า Meme เป็นเรื่องใหญ่ในหมู่คนรุ่นใหม่โดย 55% ของคนอายุ 13 ถึง 35 ปีส่ง Meme ทุกสัปดาห์

ในช่วงปีที่แล้วจำนวนดังกล่าวเติบโตขึ้น การพูดถึง Meme เพิ่มขึ้น 26% ในช่วง 13 เดือนที่ผ่านมาจาก 19.8 ล้านครั้ง ในเดือนสิงหาคม 2019 เป็น 24.9 ล้านในเดือนกรกฎาคม 2020 โดยมียอดสูงสุด 28 ล้านในช่วงเดือนเมษายน 2020 ผู้ใช้ออนไลน์โดยทั่วไปหันมาใช้ Meme เพื่อการมีส่วนร่วมและการหลบหนีจากเหตุการณ์ที่ทำให้เครียดในขณะที่อยู่ภายใต้การล็อกดาวน์

แม้ว่า Meme จะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่พวกมันก็มีความอ่อนไหวต่อการถูกนำไปใช้ด้วยเหตุผลที่เป็นอันตราย ด้วยการบิดเบือนข้อมูลที่เพิ่มขึ้น Meme ต่าง ๆ เหล่านั้นสามารถมีอิทธิพลต่อความคิดของผู้บริโภค Meme ที่ได้รับการกล่าวถึงจำนวนมากเกิดจากฟอรัมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมืองสูง และหัวข้ออื่น ๆ ที่ครอบคลุม ตั้งแต่เรื่องของ COVID-19 (2.9%) เศรษฐกิจ (2.8%) และการเมือง (2%) หัวข้อที่มีความนิยมสูงทั้งหมดมีความเสี่ยงที่จะถูกบิดเบือน

ในอีกไม่กี่เดือนและหลายปีข้างหน้าแบรนด์ต่าง ๆ ควรจะมีการใช้ Meme มากขึ้น เพื่อโน้มน้าวผู้บริโภค ทั้งในประเด็นสำคัญ และประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อแบรนด์

เพื่อปกป้องแบรนด์จากสื่อ Meme, Talkwalker ได้แนะนำ 5 ขั้นตอน ดังนี้

                1 ตรวจสอบโลโก้แบรนด์ - โดยปกติ Meme จะปรากฏขึ้นโดยมีข้อความกล่าวถึงเพียงเล็กน้อย เป็นวิธีเดียวเท่านั้น ที่จะดูว่าแบรนด์ที่ถูกกล่าวถึงเป็นแบรนด์เดียวกันหรือไม่ คือการตรวจสอบผ่านการจดจำรูปภาพ (Image Recognition)

                2 มีส่วนร่วมในชุมชน Meme - การเชื่อมต่อเนื้อหากับ Meme ยอดนิยมสามารถช่วยให้แบรนด์มีส่วนร่วมกับชุมชน การกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม มีจุดประสงค์เพื่อสร้างกระแสให้กับแบรนด์มากขึ้น

                3 แชร์ Meme ต่าง ๆ ที่ User สร้างขึ้น - หาก Meme ที่ User สร้างขึ้นมีความโดดเด่นสะดุดตา แบรนด์ต่าง ๆ ควรพยายามแชร์มันในช่องทางที่พวกมันจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดตามธรรมชาติ ฟอรัม เช่น Reddit และ Twitter เหมาะสำหรับสิ่งนี้ แบรนด์ยังต้องให้เครดิตผู้สร้างด้วย เนื่องจากจะช่วยสร้างการเชื่อมต่อกับแบรนด์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้ผู้อื่นสร้างเนื้อหาที่มีแบรนด์เกี่ยวข้องด้วย

                4 ระวังสิ่งที่คุณโพสต์ - ก่อนที่แบรนด์ต่างๆ จะแชร์ Meme พวกเขาต้องแน่ใจว่า พวกเขาตระหนักดีถึงความหมาย และผลกระทบของมัน ในช่วงปลายปี 2016 แบรนด์ Wendy's ได้ใช้ Meme ที่รวมถึง Pepe the Frog  สิ่งนี้ทำให้เกิดการตอบสนองเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากตัวละครมักเกี่ยวข้องกับ Alt-right ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวทางอุดมการณ์โดยใช้สื่อออนไลน์เพื่อเผยแพร่เนื้อหาที่ยั่วยุ ซึ่งมักแสดงออกถึงการต่อต้านความเท่าเทียมกันทางเชื้อชาติศาสนาหรือทางเพศ ทำให้ Wendy's ต้องตอบสนองในเรื่องนี้อย่างรวดเร็วด้วยการลบทวีตที่ไม่เหมาะสม

                5 ตรวจสอบกฎระเบียบ - เนื่องจากสื่อ Meme ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสังคม และอาจมีกฎข้อบังคับออกมา แบรนด์ต่าง ๆ ควรติดตามเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้ทำผิดกฎใด ๆ Meme อาจละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์ การใช้อย่างระมัดระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อใช้ Meme เพื่อจุดประสงค์ทางการตลาด แบรนด์ต่างๆ ต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางกฎหมาย

7. Old-school Marketing for a New Market (การตลาดแบบเก่าสำหรับตลาดใหม่)

ในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอน นักการตลาดมักจะเปลี่ยนกลับไปใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบที่ไว้ใจได้และได้ทดสอบแล้ว (Tried-and-tested Marketing Tactics) แทน Disruptive Ideas, ในปี 2021 Talkwalker คาดการณ์ว่าจะมี “การตลาดแบบเก่า (Old-school Marketing)” เพิ่มขึ้น เนื่องจากแบรนด์ต่างๆ เปลี่ยนกลับไปใช้วิธีที่ง่ายกว่าในการดึงดูดผู้บริโภค

กลยุทธ์ทางการตลาด เช่น จดหมายข่าวและพอดคาสต์ ซึ่งอาจไม่มีกลเม็ดเด็ดพรายเหมือนวิธีการใหม่ ๆ แต่นักการตลาดสร้างได้ง่ายและที่สำคัญที่สุดคือลูกค้าง่ายต่อการบริโภค

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขึ้นของวิธีการสื่อสารแบบ "Old-school" เช่น การโทรคุยด้วยเสียงจะกลับมา เสียงเคยเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสื่อสาร โดยการโทรพูดคุยสื่อสารระหว่างกัน มีมากกว่าการใช้การส่งข้อความอย่างมาก ขณะที่ปัจจุบัน ผู้บริโภค 68% ส่งข้อความมากกว่าการพูดคุยบนสมาร์ทโฟน ตอนนี้อุตสาหกรรมการตลาด กำลังได้เห็นการสื่อสารด้วยเสียงกลับมา พร้อมกับการค้นหาด้วยเสียง การจดบันทึกด้วยเสียง และแม้แต่ทวีตเสียง (Voice Tweets) วิธีการสื่อสารแบบ "ใหม่" Voice Tweets นี้ มีการพูดถึง 164,000 ครั้ง โดยมีผู้มีส่วนร่วม 744,400 คน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้จะเติบโตมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

8. Social Gaming (การเล่นเกมทางโซเชียล)

การล็อกดาวน์เพราะ COVID-19 ทำให้ผู้คนหันไปเล่นวิดีโอเกมกันมากขึ้น เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการผ่อนคลายความคิดฟุ้งซ่านอันเนื่องมาจากโรคระบาด ฟอรั่มและกลุ่มต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้นภายในและรอบ ๆ เกม ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ชุมชนที่ทุ่มเทให้กับการเล่นเกมมากขึ้น ซึ่งมีกลุ่มแฟนคลับที่หลากหลายบนสื่อโซเชียลต่าง ๆ ในปี 2021 แบรนด์ต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมมากขึ้น

ในช่วง 13 เดือนที่ผ่านมา พบว่าจำนวนผู้ที่ระบุว่าเป็นเกมเมอร์ (Gamer) ได้เพิ่มขึ้นจาก 31.1 ล้านคนในเดือนสิงหาคม 2019 เป็น 41.2 ล้านคน ในเดือนกรกฎาคม 2020

9. Remixing the New User-generated Content (การสร้างและเรียบเรียงเนื้อหาที่ User สร้างขึ้นใหม่)

เนื้อหาที่ User สร้างขึ้นจะมีการวิวัฒน์ไปรวมถึงการเรียบเรียงใหม่ (Remixing) การเรียบเรียงใหม่ เป็นศิลปะในการใช้ฟอร์แมต, เทมเพลต หรือ ไอเดีย ที่มีอยู่แล้วมาสร้างขึ้นใหม่ เพื่อแสดงบุคลิกหรือไอเดียของ User เอง อ้างอิงจากข้อมูลของ Talkwalker ว่า การเรียบเรียงใหม่ (Remixing) มีการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านแอพต่าง ๆ เช่น TikTok และ Instagram Reels แนวโน้มในเรื่องนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

อุตสาหกรรมการตลาดคาดหวังว่า ปี 2021 กระแสความนิยมการ Remix จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยแบรนด์ต่าง ๆ จะมีส่วนร่วมกับผู้ชมรายใหม่ ๆ และสร้างเนื้อหาใหม่ ๆ ที่โดดเด่นกว่าคนอื่นเพิ่มมากขึ้น

 

Cr : MARKETING

source

วิเคราะห์ 8 SOCIAL PLATFORM ในไทย

เจาะลึกกลยุทธ์การตลาดปี 2026 จากยุค Content Overload สู่สมรภูมิ GEO และการไล่ล่าลูกค้าใหม่

Siemens นำทัพปฏิวัติ AI จับมือ Nvidia ส่ง Digital Twin Composer เปลี่ยนโลกสู่ยุค Industrial AI

เทคโนโลยีสร้างระบบ คนสร้างอนาคต เปิดแนวคิด "พิทยา วรปัญญาสกุล" กับแผนขับเคลื่อน KTC ด้วย Digital & AI

Kodak Charmera Keychain Digital Camera กล้องจิ๋ว สายขิง พกง่าย และน่ารักจนต้องมี!

โออิชิ กรีนที ชู Digital Marketing เปลี่ยนเกมจากแค่ “ชาเขียว” สู่แบรนด์ที่ตอบโจทย์ Emotional แบบตรงใจ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact