การทำงานหนักแบบอดหลับอดนอน ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่อยากให้งานล้มเหลว แต่บางครั้งแค่ความตั้งใจจริงอาจจพยังไม่พอ ลองมาดูเหตุผลที่ทำให้เราโดนทุบ เพราะงานล้มเหลว
โฟกัสงานไม่ตรงจุด
ตั้งใจน่ะเรื่องดี แต่ตั้งใจผิดที่เป็นเรื่องใหญ่ นอกจากจะทำให้ยิ่งเสียเวลา เสียแรง แล้วยังเสียสติ เพราะทำให้งานล่าช้าโดยไม่จำเป็น ก่อนลงมือทำงาน ลองดึงสติ ทบทวนว่าต้องทำอะไร งานไหนรีบหรือควรรอ เซ็ตระบบความคิดให้ตรงจุด ถ้าไม่แน่ใจลองปรึกษาหาทิศทางจากหัวหน้าหรือทีมก่อน อย่าสนใจแต่เป้าหมาย ต้องสนใจเนื้อหางานและวิธีการที่ถูกต้องด้วย เพราะความขยันผิดที่ผิดทางมีแต่พังเท่านั้น
พูดจาไม่รู้เรื่อง
อยากจะนำเสนอไอเดีย ข้อมูล แผนงาน หรือเป้าหมายที่อุตส่าห์ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี แต่ดันไม่มีการลำดับเนื้อหาออกมาก่อน จะพูดอะไรตอนไหนขนาดตัวเองยังมึน แถมยังจัดเก็บไฟล์ตรงนั้นทีตรงนี้ที ปนเปจนคนฟังไม่สามารถเชื่อมโยงแต่ละส่วนให้ปะติดปะต่อกันได้ คราวหน้าเอาใหม่ ลองตั้งโครงและความเข้าใจในเนื้อหาให้ชัด แยกชิ้นงานที่จะนำเสนอจากไฟล์งานทั่วไป ที่สำคัญคุณต้องฝึกซ้อมพูด ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อม!
เป็นอิสระเหนือกาลเวลา
ทำงานโดยไม่มีกรอบเวลา มีอารมณ์เมื่อไรค่อยทำ แหม ฟังแล้วน่าอิจฉาชะมัด แต่ชีวิตจริงเป็นอย่างนั้นได้เรอะ! หลายครั้งที่งานล้มเหลวก็เพราะคนทำงานไม่ชัดเจนในการกำหนดเส้นตาย (Deadline) บางคนตั้งใจทำงานมากเลยอยากปั้นให้นานที่สุด บ้างก็แอบขี้โกงเลื่อนวันส่งตามอำเภอใจ (เหมือนคนตั้งนาฬิกาปลุก พอปลุกก็กดแล้วนอนต่อ) หลายคนฮึดสู้เสียดิบดี แต่ลงมือทำงานได้ไม่ถึง 5 นาทีก็หันไปเปิดเฟสบุ๊คเล่น ถึงเวลาเคารพนาฬิกาของคุณมากขึ้น กำหนดเวลาในการทำงานและพยายามทำให้ได้ งานสำเร็จเมื่อไรคุณได้เป็นอิสระแน่นอน
คิดวนไป
การทำงานกับลูกค้าหลายรายทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่จะเจอโจทย์ธุรกิจใหม่ หากไม่กล้าคิดสิ่งใหม่ๆ ใช้แต่มุกเดิมๆ วนซ้ำไปมา ลูกค้าก็มีแต่จะหนีหาย บางคนวนอยู่กับปัญหาโดยลืมหาทางแก้ ลองกล้าคิด กล้าต่อยอดไอเดียให้มากกว่าที่เป็นอยู่ อาจจะเจออะไรซ่อนอยู่ก็เป็นได้