BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
15,670
VIEWS

จับตาเส้นทางโต “โลคอล โมเดิร์นเทรด” พัฒนาจากยี่ปั๊วภูธรสู่ “บริษัทมหาชน”

ม.ค. 12, 2564 R.Somboon

เมื่อมองเข้ามาที่ตลาดค้าปลีกของบ้านเราที่มีมูลค่ากว่า 3.6 ล้านล้านบาทแล้ว จะพบว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มซีพี กลุ่มเดอะมอลล์ หรือกลุ่มบีเจซี จะมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันประมาณ 32% ตลาดในส่วนนี้ก็คือ เชนค้าปลีกขนาดใหญ่ในเมืองไทยต่างถูกครอบครองโดยกลุ่มทุนไทยแทบทั้งสิ้น

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ บรรดากลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่อยู่ในตลาดค้าปลีกต่างก็ทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำหรือการเป็นเจ้าของสินค้าเอง มาสู่กลางน้ำที่เป็นเรื่องของการจัดจำหน่าย และปลายน้ำที่เป็นเรื่องของร้านค้าปลีก ซึ่งการคอนโทรลตั้งแต่ต้นทางของซัพพลายเชน ทำให้มีข้อได้เปรียบมากมายในการแข่งขัน

การเติบโตของตลาดที่น่าสนใจ จึงถูกโฟกัสมาที่ผู้ประกอบการที่เป็น “แถว 2” ของตลาด ซึ่งก็คือ บรรดาโลคอล โมเดิร์นเทรดทั้งหลาย ทั้งนี้ก็เพราะการเติบโตเหล่านั้น จะเป็นการเข้ามาช่วยเพิ่มทางเลือกในการมีช่องทางการขายสินค้าที่เข้าตรงถึงลูกค้าทั่วประเทศโดยไม่ต้องพึ่งพาแค่เชนค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มีอำนาจต่อรองค่อนข้างสูงเพียงอย่างเดียว

ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จะมียอดขายต่อบริษัทระหว่าง 1,000 – 5,000 ล้านบาทต่อปี อาทิ ตั้งงี่สุน อุดรธานี ยงสงวน อุบลราชธานี ธนพิริยะ เชียงราย เซนโทซ่า ขอนแก่น ส.ล. โฮลเซลส์ สกลนคร ร้อยเอ็ดไฮเปอร์มาร์ท ซุปเปอร์ชีป ภูเก็ต สหไทย นครศรีธรรมราช ห้างทวีกิจ บุรีรัมย์ ห้างมาเธอร์ ที่กระบี่ ห้าง Do Home ที่มีฐานที่อุบล เป็นต้น ซึ่งมีราว 350-500 บริษัท ตลาดในส่วนนี้จะกินสัดส่วนประมาณ 18 – 20% ของตลาดค้าปลีก ค้าส่งส่วนโดยรวม

หากนับเฉพาะร้านค้าปลีกที่เป็นโลคอล โมเดิร์นเทรดที่ขายสินค้าอุปโภค – บริโภค หรือที่เรียกว่าสินค้า FMCG นั้น จากข้อมูลของยูนิลีเวอร์จะมีผู้ประกอบการในส่วนนี้ที่มีธุรกิจที่แข็งแกร่ง และเติบโตได้อย่างต่อเนื่องประมาณ 130 ราย ซึ่งใน ช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวต่อสู้กับแถวบนมาในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา เริ่มเรียนรู้และปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการสมัยใหม่ และพร้อมจะเติบโต ขยายสาขาออกนอกจังหวัดนอกอำเภอ

 

ผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรดนี้ ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดในบ้านเราจะมาจากการเป็นยี่ปั๊วในอดีต ก่อนที่จะมีการปรับตัวเองให้กลายมาเป็น “ยี่ปั๊วพันธุ์ใหม่” ที่มีการผสมผสานรูปแบบการทำตลาด คือนอกจากขายส่งในรูปแบบของ Cash & Carry ที่ลูกค้าที่เป็นร้านค้าย่อยเข้ามาซื้อ จ่ายเงินสด และยกกลับบ้านแล้ว ยังมีการขายปลีกหน้าร้านในรูปแบบของซูเปอร์ สโตร์ที่เน้นขายสินค้าราคาถูก โดยอาศัยข้อได้เปรียบในเรื่องของวอลุ่มการสั่งซื้อที่มีจำนวนมากจากการขายส่งพ่วงขายปลีก พร้อมกับเรื่องของโลเกชั่นของร้านที่อยู่ในทำเลใจกลางเมืองมาเป็นตัวช่วย อย่างไรก็ตาม การเติบโตหลังจากนี้ไปจะต้องมาจากสาขาใหม่ๆ มากกว่าแค่การมีสาขาเพียงแห่งเดียว

การเติบโตจากการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในสาขาใหม่ๆ กำลังเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการค้าปลีกในกลุ่มนี้ทำกัน เป็นการสอดรับกับแนวทางการทำธุรกิจที่ถูกเปลี่ยนผ่านมาสู่ผู้บริหารรุ่นลูกที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีการนำรูปแบบการบริหารจัดการใหม่ๆ เข้ามาทำธุรกิจของตัวเองมากขึ้น เป็นการวิเคราะห์เทรนด์โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ในแวดวง FMCG อย่างยูนิลีเวอร์ที่มอง เห็นว่า การเติบโตต่อจากนี้ไปจะเป็นการเติบโตจากการขยายสาขาใหม่ๆ มากกว่าการเติบโตจากสาขาเดิม การเติบโตที่มาจากสาขาใหม่นี้ จะเป็นสาขาที่มีขนาดพื้นที่ขายประมาณ 400 ตารางเมตร ซึ่งต้องอาศัยการบริหารจัดการที่ดีเพื่อเข้ามาช่วยขับ เคลื่อนการเติบโตของยอดขาย

ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ การลงทุนขยายสาขามาที่จังหวัดกระบี่ และพังงาของซุปเปอร์ชีป ภูเก็ต ที่เป็นรูปแบบร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ขายสินค้าราคาถูกทั้งขายปลีก และขายส่งในสไตล์ Cash & Carry ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายนี้ถือเป็นผู้เล่นท้องถิ่นรายใหญ่อีกรายที่มีการเติบโตของยอดขายค่อนข้างดี

ข้อได้เปรียบของการขยายสาขาของร้านค้าปลีกขนาดพื้นที่ขายประมาณ 400 ตารางเมตรนี้ อยู่ตรงที่ความคล่องตัวในการขยายสาขาเข้าไปยังชุมชนต่างๆ เพื่อผลักดันตัวเองให้เข้าไปเป็นร้านค้าปลีกของชุมชน แน่นอนว่ากลยุทธ์เรื่องของการขยายสินค้าราคาถูกจะเข้ามาเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการทำตลาด โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในเรื่องของการบริหารวอลุ่มการขาย และการสั่งซื้อที่หากมีวอลุ่มมาก สิ่งที่ตามมาก็คือ การได้ต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อให้สามารถวางราคาขายสินค้าให้ถูกลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของการทำตลาดที่มีสาขาหลายสาขาของผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรด ก็คือ การบริหารจัดการในเรื่องของสต๊อก ที่จะมีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น เรื่องดังกล่าวนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการท้องถิ่น เพราะถ้าทำออกมาไม่ดี จะทำให้มีโอกาสล้มเหลวได้สูง

ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ นักวิชาการด้านค้าปลีก เคยออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า ผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรด ของบ้านเราในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะมีรุ่นลูกเข้ามาเป็นผู้บริหาร ซึ่งคนรุ่นใหม่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี

“มุมมองที่ควรจะเปลี่ยนไปก็คือ ต้องมองต่างจากอดีตที่จะเน้นการทำต้นทุนสินค้าให้ต่ำ เพื่อให้สามารถขายถูกได้ โดยยังมีกำไร แม้ไม่มากนักก็ตาม มาสู่การมองถึงเรื่องของการขายสินค้าเพื่อทำกำไรมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของบิ๊กดาต้าที่จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ถึงความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ บิ๊กดาต้าจึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดค้าปลีกของผู้ประกอบการโลคอล โมเดิร์นเทรดในช่วงเวลาจากนี้ไป”

ขยายการลงทุน

ด้วยการเข้าตลาดหลักทรัพย์

นอกจาก การปรับระบบหลังบ้านให้ได้มาตรฐานแล้ว สิ่งที่น่าจับตามองอีกอย่างก็คือ การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนในการขยายธุรกิจ โดยโลคอล โมเดิร์นเทรดรายแรกๆ ที่ขยายธุรกิจในแนวนี้ก็คือธนพิริยะ

ธนพิริยะ แห่งจังหวัดเชียงราย คือ 1 ในตัวอย่างของยี่ปั๊วพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาตัวเองจากค้าส่งมาสู่ค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีการวางเส้นทางการเติบโตทางธุรกิจด้วยการขยายร้านออกไปในรูปแบบของเชนค้าปลีกที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กใกล้บ้านลูกค้า

จุดเปลี่ยนของผู้เล่นรายนี้ก็คือ การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว ซึ่ง ภญ.อมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP บอกว่าเป็นการเข้ามาช่วยเปลี่ยน Mindset ของการทำธุรกิจใหม่ว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หรือทำไม่ได้อีกต่อไป

การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นจุดเปลี่ยนสู่การบริหารในรูปแบบของมืออาชีพ ที่หลังจากเข้าตลาดก็มีการลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้ามูลค่า 160 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายสาขาที่น่าจะมีศักยภาพรองรับได้ถึง 55 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 29 สาขา กระจายอยู่ในเชียงราย  พะเยา  และเชียงใหม่

ตามแผนที่จะมีการลงทุนขยายสาขาต่อเนื่องปีละ 5 สาขา ทำให้ ดี.ซี.แห่งนี้จะสามารถรองรับการขยายตัวทางธุรกิจได้อีกอย่างน้อย 3 – 4 ปี ซึ่ง ภญ.อมร บอกว่า การขยายสาขาในรูปแบบของเชนนี้ ทำให้ต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของระบบหลังบ้าน และเรื่องของ “คน”

ในส่วนหลังนี้ มีการเปิดเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ ขึ้นมาเพื่อพัฒนาบุคลากร โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพันธมิตรที่เป็นซัพพลายเออร์เข้ามาช่วยติวเข้มความรู้ด้านการบริหารจัดการสินค้า การตลาด และบริการ ทำให้สามารถรองรับเรื่องของทีมงานที่จะมีเพิ่มขึ้นเมื่อมีจำนวนสาขาเพิ่มตามมา

รายล่าสุดที่เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปีที่แล้วก็คือ เคแอนด์เค  ซุปเปอร์สโตร์ เชนค้าปลีกแห่งหาดใหญ่ที่มีเส้นทางการดำเนินธุรกิจด้วยการปรับตัวจากยี่ปั๊วในรูปแบบเดิมสู่การเป็นโลคอล โมเดิร์นเทรดที่เน้นการขยายสาขาแบบเชน

 

กวิศพงษ์ สิริธนนนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค  ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด(มหาชน) เคยให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง หรือซูเปอร์สโตร์ หรือโมเดิร์นเทรด มีการแข่งขันรุนแรง มีผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ทั้งในและต่างประเทศเป็นเจ้าตลาด แต่สำหรับซูเปอร์สโตร์ขนาดเล็ก เช่น เคแอนด์เค  ก็ถือว่ายังมีโอกาส เพราะมีการจับตลาดคนละกลุ่มเป้าหมายกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งนิยมเลือกทำเลใจกลางเมือง ขณะที่เคแอนด์เค จะเลือกทำเลใกล้บ้าน สร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทำให้ลูกค้าสามารถจับจ่ายสินค้าได้ทุกวัน นอกจากนี้พบว่าซัพพลายเออร์หันมาให้ความ สำคัญกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการรายเล็กถูกลงกว่าในอดีต โดยในส่วนของเคแอนด์เค สามารถสร้างกำไรขั้นต้นได้ถึง 12.4%

“ในอดีต เคแอนด์เค เลือกที่จะใช้วิธีการขยายธุรกิจจากกำไรจากการดำเนินงาน และการกู้ยืมธนาคารพาณิชย์  ทำให้สามารถขยายสาขาได้เพียงปีละ 2-3 สาขา ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ช้า ดังนั้นด้วยเป้าหมายที่ต้อง การปรับโครงสร้างจากธุรกิจครอบครัว ซึ่งเป็นกงสี สู่การทำธุรกิจแบบมืออาชีพ มีรูปแบบการบริหารจัดการที่ชัดเจน จึงได้ตัดสินใจที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai

ส่วนที่กำลังจะทยอยนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็มี ซุปเปอร์ ชีป แห่งจังหวัดภูเก็ต และยงสงวนแห่งจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งรายหลังนี้วางเป้าหมายไว้ที่จะเข้าตลาดภายในอีกไม่เกิน 4 ปีหลังจากนี้ โดยมีแผนการลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า ภายใน 2 ปีถัดจากนี้ไป มีแผนที่จะเปิดค้าส่งในต่างอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมกับเปิดสาขาของมินิมาร์ท 4 – 5 สาขาในอำเภอที่ขยายการลงทุนเข้าไป เพื่อรองรับในเรื่องของการกระจายสินค้าเข้าสาขาจากศูนย์ค้าส่งที่จะไปเปิด

เป็นอีกเส้นทางการเติบโตของโลคอล โมเดิร์นเทรด ที่มีการปรับตัวทำตลาดอย่างมืออาชีพ เพื่อติดปีกการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงในระยะยาว....

ทำความรู้จัก “RSP” คัมภีร์ตั้งราคาของร้านค้าปลีก ตัวกำหนดเกมว่าขายเท่าไรลูกค้าถึงยอมซื้อ

เปิดกลยุทธ์ "Retail Transformation” ที่ใช้พลิกโฉม เดอะมอลล์ รามคำแหง จาก Transaction-based สู่ Community-driven เต็มรูปแบบ

Tops x No Brand จิ๊กซอว์อัปเกรดพอร์ต Own Brand ของท็อปส์ สู่ Value-Driven Retail เต็มรูปแบบ

“Retail Media” เทรนด์ใหญ่มาแรง เมื่อค้าปลีกพลิกโฉม จาก "ชั้นวางสินค้า" สู่ "สื่อโฆษณาที่ทรงพลัง"

เมื่อ Sukishi หนี Price War ร้านอาหาร พร้อมรุกตลาด Retail ในฐานะ Korean Flavor Solution Partner

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เร่งเครื่อง Retailtainment เต็มรูปแบบ ผสาน Entertainment Marketing กับ Fandom Economy พลิกโฉมศูนย์การค้าสู่พื้นที่สร้างประสบการณ์

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact