ว่ากันว่า ตลาดค้าปลีกของบ้านเรา เกิดระลอกคลื่นที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหากพอจำกันได้ ผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ได้เข้ามาสร้างแลนด์สเคปใหม่ให้กับตลาดค้าปลีกบ้านเรามาครั้งหนึ่งแล้ว โดยการเข้ามาของเชนไฮเปอร์มาร์เก็ตที่สร้างผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดค้าปลีก
ครั้งนั้นอาจจะรุนแรง แต่ไม่เท่ากับการเกิดขึ้นของดิจิทัล ดิสรัปชั่น ในช่วง 10 ปีมานี้ ซึ่งผลจากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้กวาดต้อนผู้ประกอบการรายเล็กให้หายไปจากตลาดเหมือนเมื่อปี 2540 แต่มันได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า “Customer Disruption” ที่ทำให้ผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก และรายใหญ่ต้องให้ความสนใจ และหันมามอง เพราะการเกิดขึ้นของสิ่งที่ว่านี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการช้อปปิ้งครั้งใหญ่ของบ้านเรา ซึ่งผู้ประกอบการเองต้องมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ทีนี้ ลองมาดูกันว่า ไฮไลท์ของความเปลี่ยนแปลงด้านกลยุทธ์การทำตลาดของผู้ประกอบการค้าปลีกในบ้านเรามี
1.จาก Transaction สู่ Relation และการเชื่อมโยงสู่สังคม ในอดีตทำ Transaction หรือการซื้อ – ขาย ในตลาดค้าปลีกนั้น เมื่อเกิดการซื้อแล้วก็แทบจะจบกระบวนความ แต่ในยุคที่เรื่องของบิ๊กดาต้า กลายมาเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดค้าปลีก ในมุมของการทำ Transaction จึงเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ทั้งนี้ก็เพราะมันคือการแท็กในเรื่องของพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำมาวิเคราะห์ และใช้เป็นบิ๊กดาต้าในการกำหนดกลยุทธ์ที่จะสามารถเข้ามาตอบโจทย์พวกเขาได้อย่างดีเยี่ยม เรื่องของบัตรลอยัลตี้ต่างๆ จึงถูกให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะจะเป็นตัวเชื่อมต่อไปสู่ข้อมูลที่เป็นไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของนักช้อปได้เป็นอย่างดี
ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของระบบชำระเงิน หรือเพย์เม้นต์เกตเวย์ในรูปแบบต่างๆ ที่จะทำให้เข้าใจถึงพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค จึงไม่แปลกที่บรรดาแบงก์พาณิชย์ และเทค สตาร์ทอัพ ต่างแข่งกันทำในเรื่องดังกล่าวนี้ ซึ่งว่าไปแล้ว รายได้จากค่าธรรมเนียมของการชำระเงินแทบจะไม่มี แต่สิ่งที่ได้คือข้อมูลที่มีมูลค่ามหาศาล
การเข้าใจพฤติกรรมของนักช้อปผ่านบิ๊กดาต้านี้ ไม่เพียงแค่ทำให้รู้ถึงวิธีการที่จะกระตุ้นให้เขายังคงเข้ามาใช้บริการที่ร้านค้าปลีกของตัวเองเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้น หรือสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าว่าครั้งต่อไปเขาจะช้อปอะไรจากไลฟ์สไตล์ที่แท็กได้ในการใช้บริการของพวกเขาแต่ละครั้ง จึงไปแปลกที่การทำค้าปลีกยุคใหม่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ
ไม่เพียงแค่การเข้าถึงดาต้าที่เป็นไลฟ์สไตล์การช้อปของลูกค้าเท่านั้น การทำค้าปลีกในยุคนี้ยังต้องมีบริบทที่เชื่อมโยงกับสังคม ทำให้เราได้เห็นการทำการตลาดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการตอบสนองคืนสู่สังคมในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ในร้านค้าปลีกของตัวเองเพื่อให้สินค้าจากชุมชน หรือผู้ประกอบการขนาดย่อยได้มีโอกาสนำสินค้าเข้ามาวางขาย ซึ่งเป็นภาพที่เราจะได้เห็นกันมากขึ้นในการทำตลาดค้าปลีกยุคนี้