มาม่า
ชื่อที่ใช้เรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
แต้มต่อเบื้องต้นของแบรนด์ที่สามารถยึดภาพการเป็นเจนเนอริก เนม ไว้กับตัวได้อย่างเหนียวแน่นก็คือ การที่ผู้บริโภคจะรับรู้ถึงชื่อแบรนด์นั้นๆ เป็นแบรนด์แรก เมื่อเดินเข้าสู่ร้านค้า ซึ่งจะตามมาด้วยความได้เปรียบในเรื่องของการตั้งราคา ที่จะมีแก๊ป หรือช่องว่างของแบรนด์ที่หากต้องการวางราคาให้สูงกว่าคู่แข่งจะทำได้ในเพดานที่ไม่ส่งผลกระทบกับการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
ข้อได้เปรียบอันนี้ มาม่า ซึ่งเป็นชื่อสามัญที่ใช้เรียกขานในการซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรับไปเต็มๆ เพราะหากมองมาที่การแข่งขันในช่องทางขายแล้ว มาม่า สามารถวางราคาแบบยกแพ็กได้มากกว่าแบรนด์ที่เป็นคู่แข่งขันรองๆ ลงไป
ช่องว่างของราคาขายที่สูงกว่านี้ มีแก๊ปที่ผู้บริหารของมาม่าเคยบอกกับผู้เขียนว่า มันคือช่องว่างที่เกิดจากเรื่องของ Branding ซึ่งหากคู่แข่งรายไหนขยับราคาให้ต่ำกว่ามาม่า แต่อยู่ในช่วงของแก๊ปที่ว่านี้ มาม่า จะไม่ได้รับผลกระทบ
แต่หากช่องว่างของราคาอยู่เลยแก๊ปออกไป มาม่าก็ต้องมีการขยับราคาลงมาตาม เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ ซึ่งถือเป็นรูปแบบของการแข่งขันด้านกลยุทธ์ราคาที่เราเห็นได้บ่อยในช่องทางขายที่เป็นโมเดิร์นเทรด
มาม่า เป็นเจนเนอริก เนมที่ผู้บริโภคยังคงเรียก เมื่อต้องการซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แม้ในช่วงหลังความเป็นเจนเนอริก เนม จะจางลงไปบ้าง แต่ก็ยังมีคนไม่น้อยที่มักเรียกชื่อมาม่าก่อนในยามที่จะชื่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
แม้มาม่าจะไม่ใช่แบรนด์แรกที่เข้ามาเปิดตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในบ้านเรา แต่การครองความเป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน ทำให้มาม่า กลายเป็นคนเข้ามากำหนดทิศทางของตลาดในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา
ไม่เพียงเท่านั้น การเป็นคนกำหนดทิศทางของตลาดมาอย่างยาวนาน ทำให้มาม่า กลายเป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจของบ้านเราไปแล้ว หากวันไหนที่ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีการเติบโตได้ดี นั่นก็แสดงว่าเศรษฐกิจไม่ดี ผู้คนไม่มีเงินในกระเป๋ามากพอไปนั่งกินอาหารในร้านอาหาร จึงหันมาบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น
แม้วันนี้ ดัชนีมาม่า จะถูกพูดถึงน้อยลง แต่การเป็นเจนเนอริก เนม ของมาม่า กลับไม่ได้ลดแต้มต่อในการทำตลาดให้กับแบรนด์บะหมี่รายนี้เท่าไรนัก......