หัวลากธุรกิจ
ศูนย์การค้าทั้ง 3 โมเดลที่กลุ่มเซ็นทรัลใช้ในการขึงตลาดค้าปลีกของบ้านเรานั้น จะทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป โดย
ท็อปส์ พลาซ่า จะเข้าไปรองรับการช้อปปิ้งหรือซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันเป็นหลัก ร้านค้าปลีกในเครือที่ถูกวางไว้เป็นแม่เหล็กหลักก็คือท็อปส์ ซึ่งมีการสร้างฟอร์แมตสโตร์ที่หลากหลาย เพื่อให้แมตช์กับแต่ละโลเกชั่น โดยเฉพาะฟอร์แมตสโตร์ที่เป็นซูเปอร์สโตร์ขายสินค้าทั้งของกิน ของใช้ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การบริโภคได้มากกว่าแค่สินค้าประเภทอาหาร และโกรเซอรี่เหมือนโมเดลทั่วๆ ไป
ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าขนาดกลางในหัวเมืองรอง มีเป้าหมายอยู่ที่การยกระดับการช้อปปิ้งของผู้บริโภคที่ยังไม่ได้เป็นสังคมเมืองเต็มรูปแบบเหมือนในเมืองใหญ่ให้เปลี่ยนจากแค่การช้อปปิ้งของใช้ในชีวิตประจำวัน มาสู่การตอบโจทย์เรื่องของ “เทสต์ & สไตล์” หรือเรื่องรสนิยมของลูกค้ามากขึ้น
ค้าปลีกในเครือที่ถูกวางไว้ในศูนย์การค้าโมเดลนี้ก็คือห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ร้านค้าปลีกที่เป็นแคธากอรี่ คิลเลอร์อย่างเพาเวอร์ บาย ซูเปอร์สปอร์ต และบีทูเอส แบรนด์ช็อปต่างๆ รวมถึงร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสเตอรรองท์ เป็นต้น
เซ็นทรัล พลาซา – เฟสติวัล จะตอบโจทย์ในเรื่องของการใช้ชีวิตแบบสังคมเมืองของคนที่อยู่ในหัวเมืองหลัก ซึ่งซีพีเอ็นที่รับผิดชอบในการทำศูนย์การค้าโมเดลนี้ โดยซีพีเอ็นได้แก่นกลาง หรือ Backbone ของศูนย์การค้าที่จะทำให้ซีพีเอ็นสามารถเดินหน้าขยายสาขาไปได้ทั่วทั้งในและต่างประเทศอย่างรวดเร็ว โดยเรียกในส่วนนี้ว่า 6 ไลฟ์สไตล์อินโนเวชั่น ประกอบไปด้วย
1. การสร้างบรรยากาศในศูนย์การค้า ด้วยการนำนวัตกรรมการออกแบบและเทคโนโลยี มาสร้างความแปลกใหม่ น่าตื่นเต้น
2. สร้างฟู้ด เดสทิเนชั่น ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เรื่องอาหารของทุกกลุ่มเป้าหมายได้ครบ และดีที่สุดทั้งโซเชียลไลฟ์สไตล์และแฟมิลี่ไดนิ่ง
3. สร้างศูนย์กลางสำหรับทุกคนในครอบครัว ด้วยบริการสำหรับหลายเจนเนอเรชั่น ให้ครอบครัวใหญ่มารีคอนเน็คใช้เวลาร่วมกัน
4. สร้าง Co Working Space หรือพื้นที่สำหรับสร้างสรรค์ไอเดียในการทำงานและการเรียนพร้อมบริการครบวงจรอย่างเช่น ธิ้งค์-สเปซ ที่เปิดไปแล้วที่เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ หรือที่เซ็นทรัล โคราช เป็นต้น
5. สร้างแอทแทรคชั่น ในรูปแบบใหม่ และเป็นแห่งแรกในประเทศไทยเพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
6. สร้างสรรค์ มาร์เก็ต มาร์เก็ต ซึ่งเป็นตลาดไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้เข้าสู่ช่องทางการค้าปลีกสมัยใหม่ และเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาธุรกิจให้เอสเอ็มอีไทยให้เติบโตก้าวหน้า เป็นการเชื่อมโยงเข้ากับความเป็นท้องถิ่นของแต่ละเมืองที่เข้าไปเปิดศูนย์การค้านั่นเอง
การมี Resource ที่ดี โดยเฉพาะกับการธุรกิจในเครือครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ที่เกี่ยวข้องกับการทำค้าปลีก ทำให้เป็นตัวสนับสนุนชั้นดีในการขยายศูนย์การค้าในรูปแบบต่างๆ ออกไปยังแต่ละจังหวัด เช่นเดียวกัน เมื่อมีโมเดลที่แมตช์กับแต่ละจังหวัดได้แบบลงตัว ทำให้กลุ่มเซ็นทรัล สามารถขยายธุรกิจ ออกไปได้ในทุกพื้นที่ที่มีโอกาสทางการตลาดรออยู่ เป็นการ Synergy ที่ช่วยเพิ่มพลังทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยกลุ่มเซ็นทรัล มีการสร้างรูปแบบหรือสโตร์ฟอร์แมตของร้านค้าปลีกแต่ละเซ็กเม้นต์ให้ออกมาหลากหลาย เพื่อให้สามารถเหมาะสมกับแต่ละศูนย์หรือแต่ละโลเกชั่นที่จะขยายสาขาออกไป
แน่นอนว่า ศูนย์การค้าทั้ง 3 โมเดล เข้ามาทำหน้าที่เป็นหัวลากสำคัญในการช่วยผลักดันธุรกิจให้มีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นจุดแข็งสำคัญที่ยังคงทำให้กลุ่มเซ็นทรัล รักษาความเป็นเบอร์ 1 ในตลาดค้าปลีกของบ้านเราได้อย่างเหนียวแน่น
จุดเปลี่ยน
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา นครราชสีมา ซึ่งเป็นศูนย์การค้าอันดับที่ 31 ของซีพีเอ็น คือสาขาตัวอย่างที่เปิดขึ้นมาเพื่อรับกับเทรนด์ค้าปลีกที่เปลี่ยนไปของบ้านเรา โดยเทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ สิ่งที่เปลี่ยนไปตามแรงกดดันของเทคโนโลยีก็คือ ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการซื้อสินค้าได้หลากหลายช่องทางทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ที่แม้วันนี้ ผลกระทบจากดิจิทัล ยังไม่เห็นเด่นชัดเหมือนตลาดอเมริกา แต่เทรนด์ที่เกิดขึ้นนี้กำลังมาแรง ทำให้ผู้ประกอบการศูนย์การค้าของบ้านเราต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับผลกระทบของมัน
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น บอกกับเราว่า ศูนย์การค้าต้องปรับเปลี่ยนไปเป็นการตอบโจทย์ในเรื่องของการใช้ชีวิตของลูกค้า ไม่ใช่แค่การช้อปปิ้งเหมือนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นแล้ว องค์ประกอบต่างๆ ภายในศูนย์ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือ การมีพื้นที่ที่เป็นลู่วิ่ง หรือลู่ขี่จักรยาน มีสวนสาธารณะ หรือตลาดแบบมาร์เก็ต มาร์เก็ต ของท้องถิ่น รวมถึงการมีพื้นที่ที่เป็นโคเวิร์คกิ้ง สเปซ ที่ในร้านกาแฟทั้งสตาร์บัคส์ และอะเมซอน จะมีห้องประชุมสำหรับรองรับให้ลูกค้ามานั่งประชุมในร้านได้ เป็นต้น
“การทำศูนย์การค้าในสมัยก่อนเพียงแค่จัดพื้นที่แล้วเอาร้านค้าหรือแมกเน็ตต่างๆ มาลงก็จบ แต่ปัจจุบันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว เราต้องทำตัวเองให้เป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิต เป็นเซ็นเตอร์ของแอ็กทิวิตี้ต่างๆ โดยต้อลงลึกแบบ Segment Type ในแต่ละกลุ่ม เป็นการขายประสบการณ์ที่เป็น Seemless Experience ซึ่งในความหมายของคำว่า Seemless Experience ยังหมายรวมถึงการนำดิจิทัลเข้ามาใช้แบบ Seemless ทั้งในเรื่องของเซอร์วิสต่างๆ การจองร้านอาหาร การช้อปปิ้งร้านค้าภายในศูนย์ การจองร้านอาหาร หรือในเรื่องของเพย์เม้นต์ต่างๆ ที่จะทำให้เซอร์วิสต่างๆ เป็นเรื่องง่ายขึ้น และทั้งหมดนั้นจะช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น”
เซ็นทรัล พลาซา นครราชสีมา จะถูกใช้เป็นสาขาต้นแบบในการขยายสาขาใหม่ๆ ออกไปยังหัวเมืองต่างๆ ซึ่งจะมีการเลือกให้แมตช์หรือเหมาะกับในแต่ละโลเกชั่นที่จะขยายออกไป ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการยกระดับการใช้ชีวิตแบบสังคมเมืองที่ในท้ายที่สุดแล้ว จะเข้ามาช่วยสร้างโอกาสในการเติบโตในตลาดศูนย์การค้า ในฐานะของผู้เล่นที่เข้าไปดักหน้า หรือสร้างเทรนด์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับตลาด