นอกจากชื่อแบรนด์จะเปลี่ยนแล้ว เรื่องของสี หรือ Identity ของแบรนด์ ก็มีแผนที่จะปรับตาม โดยจะใช้สีน้ำเงิน - แดง เข้ามาเป็นสีหลักของแบรนด์ แต่เมื่อมีการทำวิจัยแล้วได้ผลออกมาว่า ชื่อของแบรนด์โลตัส และสีเขียวที่ใช้อยู่ ค่อนข้างจะแข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับของลูกค้า เทสโก้ เลยต้องคงชื่อแบรนด์โลตัสไว้ห้อยท้าย โดยเติมคำว่าเทสโก้นำหน้าเข้าไป กลายเป็นเทสโก้ โลตัส แต่สีเขียวที่ใช้อยู่ยังคงเป็น Identity หลักที่ถูกใช้กับแบรนด์ รวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ อย่างเครื่องแบบพนักงาน
การปรับในครั้งนั้น ตรงตามทฤษฎีในเรื่องของ Brand Identity ที่มีด้วยกันอยู่ 4 เรื่องสำคัญๆ ไล่ตั้งแต่ 1.Graphic Identity เช่น โลโก้ รูปภาพ ตัวหนังสือ สี ลวดลาย 2.Sensorial Identity หรืออัตลักษณ์ที่สัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และยังรวมถึงรูปร่างลักษณะ พื้นผิวสัมผัส 3.Behavioral Identity หรืออัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมหรือเส้นทางของผู้บริโภค Customer Journey และ 4. Functional Identity หรืออัตลักษณ์ที่เน้นคุณสมบัติของแบรนด์หรือสินค้า
เมื่อวงจรธุรกิจเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ กลุ่มเทสโก้ขายธุรกิจทั้งหมดที่มีอยู่ในไทยและมาเลเซียให้กับกลุ่มซีพี การรีแบรนด์จึงเกิดขึ้น โดยในครั้งนี้ กลุ่มซีพีใช้ชื่อแบรนด์ว่า Lotus’s ซึ่งหากสังเกตให้ดี จะพบว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นความเชื่อที่ว่าแบรนด์ต้องประกอบไปด้วยตัวอักษร 7 ตัว
ขณะที่ เมื่อมองเข้ามาที่หลักการในเรื่องของการทำแบรนด์แล้ว จะพบว่า กลุ่มซีพี ต้องการที่จะให้แบรนด์ Lotus’s สะท้อนถึงประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ทันสมัยยิ่งขึ้นและสดใสกว่าเดิม เพื่อให้ลูกค้า รู้สึกดีดี ทุกวัน ที่โลตัส โดยเครื่องหมาย ’ ที่ออกแบบเป็นรูป Drop Pin สื่อถึงการปักหมุกให้โลตัสเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ส่วนตัวอักษร S สื่อถึงความ Smart ครอบคลุมทุกด้าน ที่มาจากเอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ 4 ข้อคือ
1.Total smart supply chain and innovative products คัดสรรคุณภาพที่ดีที่สุด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
2.Seamless omni-channel experience ให้คุณรู้สึกดีดี ได้ทุกที่ ทุกเวลา
3.Integrated technology and data innovation ความคุ้มค่าที่มากกว่าแค่ราคา และออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
4.Committed sustainability living เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน