BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
43,456
VIEWS

7 ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสีย เมื่อคิดจะนำสินค้าไปขายในไฮเปอร์มาร์เก็ตของ 2 เจ้าสัว

ก.พ. 23, 2564 R.Somboon

แม้ค้าปลีกไซส์เล็กจะมีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจ แต่ค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ก็ยังคงบทบาทของการเป็น 1 ในช่องทางขายสำคัญของบ้านเรา โดยข้อมูลจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือกขค. ระบุตัวเลขส่วนแบ่งตลาดของค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ต พบว่า Lotus’s มีส่วนแบ่งตลาด 46.79% บิ๊กซีมีส่วนแบ่งตลาด 38.56% Tops Superstore มีส่วนแบ่งตลาด 1.89% และอื่นๆ มีส่วนแบ่งตลาดรวมกัน 12.76%

เมื่อมองมาที่ตัวเลขจำนวนสาขาของ 2 ยักษ์ใหญ่อย่างบิ๊กซี และ Lotus’s แล้ว จะพบว่า Lotus’s มีร้านค้าปลีกที่เป็นฟอร์แมตไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อยู่ที่ 215 สาขา Lotus’s ฟอร์แมตซูเปอร์มาร์เก็ต 178 สาขา และ Lotus’s go fresh ซึ่งเป็นค้าปลีกไซส์เล็กซูเปอร์ คอนวีเนียนสโตร์อีกกว่า 1,600 สาขา

ขณะที่บิ๊กซี มีสาขาในทุกฟอร์แมตรวมอยู่ที่กว่า 1,400 สาขา ในจำนวนนั้น จะเป็นสาขาของมินิบิ๊กซี 1,157 สาขา สาขาที่เป็นฟอร์แมตไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ จำนวน 150  สาขา สาขาในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตที่บิ๊กซีมีทั้งฟอร์แมตเดิมคือ บิ๊กซี มาร์เก็ต จำนวน  52 สาขา  และสาขาที่เป็นฟอร์แมตใหม่คือบิ๊กซี ฟู้ดเพลส ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่เข้ามาจับลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองโดยเฉพาะ โดยจะมีการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของคนเมือง เปิดไปแล้ว  6 สาขา คือที่สามย่านมิตรทาวน์ สุขาภิบาล 5 เกตเวย์ บางซื่อ ท่าอิฐหนามแดง และเคหะร่มเกล้า นอกจากนี้ยังมีบิ๊กซี ดีโป้ ซึ่งเป็นฟอร์แมตร้านค้าส่งที่เปิดในอำเภอรอบนอกอีก 7 สาขา

การมีสาขาที่ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งประเทศ สิ่งที่ตามมาก็คือเรื่องของอำนาจต่อรองที่อาจจะมีมากกว่าซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้า ประกอบกับก่อนหน้าในช่วงที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตของทั้ง 2 แบรนด์ ยังอยู่ในมือของกลุ่มกาสิโน และเทสโก้ ทั้งคู่มีการสร้างเครื่องมือต่างๆ เพื่อเรียกส่วนต่างเพิ่ม ซึ่งเป็นแนวทางในการทำตลาดของทั้งคู่อยู่แล้ว

เพราะการขายสินค้าของไฮเปอร์มาร์เก็ตจะเน้นไปที่การขายถูกทุกวัน ทำให้มาร์จิ้นในการขายมีไม่มากนัก เพราะราคาคือหัวใจที่ถูกใช้ในการแข่งขัน การที่จะทำกำไรให้ได้ตัวเลขตามที่ตั้งไว้ จึงต้องมีการเลือกบาลานซ์มาร์จิ้นของสินค้าที่ขายซึ่งบางตัวที่กำไรน้อย อาจจะถูกใช้สำหรับการดึงคนเข้าร้าน ขณะที่สินค้าบางตัวจะมีกำไรมากกว่า จึงถูกนำมาถัวเฉลี่ยกัน

ส่วนอีกแนวทางก็คือ การสร้างเครื่องมือเพื่อเรียกส่วนต่างของกำไรเพิ่มขึ้น ทำให้เจ้าของสินค้าต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเมื่อคิดจะนำสินค้าไปวางขาย โดยเครื่องมือต่างๆ ประกอบไปด้วย

เครื่องมือแรก ค่าแรกเข้าหรือ Entrance Fee ที่ทุกแบรนด์ต้องจ่าย หากจะนำสินค้าเข้าไปวางขาย โดยจะคิดจากจำนวน SKU ของสินค้าที่จะวาง

เครื่องมือที่ 2 ค่า Rebate หรือเงินที่เรียกเก็บจากเป้ายอดขายที่ต้องทำให้ได้ตามที่ทางห้างตั้งไว้ จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากน้อยแล้วแต่เพาเวอร์ของซัพพลายเออร์ด้วยว่ามีแค่ไหน ค่า Rebate นี้ ยักษ์โมเดิร์นเทรด มีการนำลูกเล่นทางการตลาดมากมายมาใช้ ว่าจะเป็นการโปรโมชั่น หรือการเล่นเรื่องราคา เพื่อผลักดันการขายให้ได้ตามตัวเลขที่สามารถเรียกเก็บค่าธรรม เนียมเพิ่มขึ้นจากซัพพลายเออร์ 

เครื่องมือที่ 3 ค่า Distribution Fee หรือค่ากระจายสินค้า เป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากซัพพลายเออร์ เนื่องจากการกระจายสินค้าจะมีศูนย์กระจายสินค้าที่มีทั้งที่เป็นของตัวเองและที่จ้างบริษัทภายนอก ซึ่งตัวซัพพลายเออร์จะต้องขนสินค้ามาที่ศูนย์กระจายสินค้าเพื่อให้ทางห้างเป็นคนกระจายสินค้าเข้าสู่แต่ละสาขาเอง ตรงนี้จะช่วยลดต้นทุนกับซัพพลายเออร์ ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับค้าปลีกด้วย โดยรูปแบบของเครื่องมือนี้จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ

1.DC Item คือการกระจายสินค้าที่ต้องมีการเก็บสต๊อกไว้ที่คลังสินค้าเพื่อป้องกันการเสียโอกาสในกรณีที่สินค้าขาด สต๊อก

2.Cross Doc Item เป็นรูปแบบที่ไม่ต้องมีการเก็บสต๊อก แต่จะมีการกระจายสินค้าเข้าสู่แต่ละสาขาทุกวัน ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะมีการคำนวณออกมาเป็น Dimension หนึ่งหีบมีกี่ลูกบาศก์และจะเรียกเก็บตามขนาด

เครื่องมือที่ 4 Mail List เป็น Mail หรือโบรชัวร์โฆษณาที่ทางบิ๊กซี  และโลตัส ส่งให้กับลูกค้า ซึ่งจะมีการคิดค่าใช้จ่ายที่ถือเป็นค่าโฆษณากับบรรดาซัพพลายเออร์ Mail ดังกล่าว เป็นการโฆษณาถึงรายการโปรโมชั่นของสินค้าที่ร่วมรายการที่ทางห้างจะจัดส่งให้ในทุก 15 วัน สินค้าที่ลง Mail ยังต้องจ่ายส่วนลดให้กับทางห้างอีก ซึ่งตัวเลขแล้วแต่เพาเวอร์ในการเจรจาของซัพพลายเออร์แต่ละราย เนื่องจากการจัดโปรโมชั่นในแต่ละรอบของ Mail นั้น เป็นการลดราคาเพื่อดึงคนเข้าห้าง บางครั้งแทบไม่เหลือจีพีหรือกำไร เลยต้องมีการเรียกเก็บเพื่อมาถัวเฉลี่ยมาร์จิ้น

ปัจจุบัน Mail ที่ทำจะหายไปแล้ว แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยการโฆษณาในสื่อรูปแบบต่างๆ ซึ่งเครื่องมือตัวนี้ ไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้ง 2 ราย จะมี “แทคติค” ในการเรียกเก็บ ด้วยการสร้างแรงบีบจากการแข่งขัน คือถ้าซัพพลายเออร์รายใดไม่ลงโฆษณา ก็จะเสียโอกาสในการขายให้กับสินค้ารายอื่นที่ร่วมรายการโปรโมชั่นซึ่งจะมีผลต่อพื้นที่การขายบนเชลฟ์ เพราะอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า พวกนี้มีการนำระบบ Category Management หรือ Space Management เข้ามาบริหารพื้นที่ขาย เมื่อสินค้าตัวไหนขายดีก็จะมีพื้นที่ขายมากหน่อย ส่วนสินค้าที่ขายไม่ดี พื้นที่บนเชลฟ์ก็จะลดลงตามไปด้วย จึงเป็นเสมือนแรงบีบให้บรรดาซัพพลายเออร์ต้องให้ความสนใจในการร่วมกิจกรรมโปรโมชั่นนี้

เครื่องมือที่ 5 การเรียกเก็บค่าส่วนลดเพิ่มทุกเอสเคยูทุกไอเทม ในกรณีที่มีการจัดแกรนด์โอเพ่นสำหรับการเปิดสาขาใหม่ ซึ่งเป็นการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เรียกง่ายๆ ว่าเป็นค่าผู้มีอุปการคุณ

เครื่องมือที่ 6 ค่า Electronic Data Interface หรือค่าการใช้ระบบสั่งสินค้า

เครื่องมือที่ 7 Merchandising Fee  ค่าจัดเรียงสินค้า ซึ่งซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้าจะจ่ายหรือไม่จ่ายก็ได้ แต่หากต้องการที่จะมีการจัดเรียงสินค้าที่โดดเด่น สะดุดตา อย่างการตั้งกองสินค้าโชว์ ก็ต้องควักเงินเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

 

สำหรับตัวเลขค่าใช้จ่ายต่างๆ นั้น จะขึ้นอยู่กับอำนาจต่อรองของแต่ละแบรนด์ ถ้าหากเป็นแบรนด์ใหญ่ๆ ที่สินค้าอื่นๆ ทดแทนไม่ได้ อาจจะมีตัวเลขที่ต้องเสียไม่มาก แต่หากเป็นแบรนด์เล็กที่มีอำนาจต่อรองไม่มากก็ต้องเตรียมใจไว้สำหรับเรื่องนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า เครื่องมือต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเรียกส่วนต่างของกำไรเพิ่มขึ้นจากซัพพลายเออร์นี้ จะอยู่บนพื้นฐานของการทำธุรกิจค้าปลีกในยุคใหม่อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดในการลดภาระเรื่องสต๊อกสินค้าของแต่ละสาขาที่ไม่จำเป็นต้องมีการสต๊อกแต่ใช้วิธีการกระจายสินค้าจากคลังสินค้ากลางด้วยระบบการจัดการสมัยใหม่ที่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย หรือ การใช้กลยุทธ์การตลาดในรูปแบบของโปรโมชั่น เข้ามาเป็นเครื่องมือในการเรียกเก็บส่วนต่างโดยอาศัยการแข่งขันเป็นตัวผลักดัน โดยมีเครื่องมืออย่าง Space Management ที่เป็นตัวบริหารพื้นที่ขายบนเชลฟ์เข้ามาเป็นตัวช่วย

Space Management จะเป็นการบริหารพื้นที่ขายบนเชลฟ์ที่หากสินค้าแบรนด์ใดมียอดขายดีๆ ก็จะได้พื้นที่บนเชลฟ์ในจุดค่อนข้างดี หรือมีพื้นที่ขายมากกว่าแบรนด์คู่แข่ง โดยนอกเหนือจากการทำในเรื่องของแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดต่างๆ แล้ว เจ้าของสินค้ายังต้องมองถึงการทำตลาดในช่องทางขาย รวมถึงการเข้าไปร่วมมือกับเจ้าของร้านค้าปลีก เพื่อช่วยผลักดันสินค้า บางครั้งจึงต้องยอมจ่ายส่วนต่างดังกล่าว เพื่อให้แบรนด์ของตัวเองสามารถทำยอดขายออกมาดี

แม้จะมีต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้น แต่การมีวอลุ่มการขายที่ค่อนข้างมากของไฮเปอร์มาร์เก็ต เจ้าของแบรนด์สินค้าจึงยังคงต้องอาศัยช่องทางขายนี้ในการผลักดันยอดขาย การต่อรองระหว่างเชนค้าปลีกกับเจ้าของแบรนด์สินค้าจึงออกมาในลักษณะที่บางครั้งก็เป็นการ Win ของทั้ง 2 ฝ่ายนั่นเอง.....

ทำความรู้จัก “RSP” คัมภีร์ตั้งราคาของร้านค้าปลีก ตัวกำหนดเกมว่าขายเท่าไรลูกค้าถึงยอมซื้อ

เปิดกลยุทธ์ "Retail Transformation” ที่ใช้พลิกโฉม เดอะมอลล์ รามคำแหง จาก Transaction-based สู่ Community-driven เต็มรูปแบบ

Tops x No Brand จิ๊กซอว์อัปเกรดพอร์ต Own Brand ของท็อปส์ สู่ Value-Driven Retail เต็มรูปแบบ

“Retail Media” เทรนด์ใหญ่มาแรง เมื่อค้าปลีกพลิกโฉม จาก "ชั้นวางสินค้า" สู่ "สื่อโฆษณาที่ทรงพลัง"

เมื่อ Sukishi หนี Price War ร้านอาหาร พร้อมรุกตลาด Retail ในฐานะ Korean Flavor Solution Partner

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เร่งเครื่อง Retailtainment เต็มรูปแบบ ผสาน Entertainment Marketing กับ Fandom Economy พลิกโฉมศูนย์การค้าสู่พื้นที่สร้างประสบการณ์

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact