เมื่อมองมาที่เซเว่น อีเลฟเว่นเอง การทำตลาดของร้านค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ จะใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากค้าปลีกไซส์ใหญ่อย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างสิ้นเชิง โดยไฮเปอร์มาร์เก็ต จะใช้ Pull Strategy เพื่อดึงคนให้เข้ามาช้อปในร้านผ่านการขายสินค้าที่หลากหลายสิ่งอย่างในราคาถูกเป็นหลัก
ขณะที่คอนวีเนียนสโตร์ จะใช้รูปแบบของ Push Strategy โดยผลักดันตัวเองเข้าไปหาผู้บริโภคถึงชุมชน ขายสินค้าในราคาสูงกว่า ด้วยความหลากหลายที่น้อยกว่า เนื่องจากมีพื้นที่ขายในร้านน้อยกว่า ความสะดวกสบายที่นำเสนอให้นี้สามารถเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนไทยรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
การก้าวข้ามจากแค่เป็นร้านค้าปลีกมาสู่เครือข่ายการขายที่ทรงพลังของเซเว่น อีเลฟเว่นนั้น ผ่านการเรียนรู้และลงมือลองผิดลองถูกมาอย่างต่อเนื่องจนได้แก่นแกนของการทำตลาดที่ไล่ตั้งแต่ เรื่องของการคัดเลือกโลเกชั่นในการเปิดร้านด้วยการมองถึง 5 ประเด็นหลัก คือ ทำเล ต้องพิจารณาว่าตั้งอยู่ในจุดที่มีผู้คนสัญจรผ่านไปมามากหรือน้อย อยู่ริมถนนหรือในซอย ลักษณะอาคารเป็นแบบใด ย่านนั้นเป็นย่านชุมชน ออฟฟิศ โรงเรียน โรงงาน หรือโรงพยาบาล มีจุดรับส่งรถสาธารณะหรือไม่ พื้นที่มีโอกาสขยายตัวอีกไหม เพื่อเป็นปัจจัยในการคัดเลือกสินค้ามาจำหน่ายให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในพื้นที่
เช่นเดียวกันที่จะต้องมี Store Format ที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เพื่อรองรับกับทำเล และชุมชนนั้นๆ โดยเซเว่น อีเลฟเว่น ใช้ระบบ Store Assortment นั่นคือ การคัดเลือกสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ โดยใช้ระบบไอทีวิเคราะห์ฐานข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้สามารถนำเสนอสินค้าให้ตรงใจลูกค้า
จากนั้นดูเรื่องการบริหารจัดการสินค้า ซึ่งการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพจะมีผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า สินค้าที่มีความหลากหลายและแปลกใหม่จะช่วยดึงดูดความสนใจลูกค้า สินค้าที่ขายดีต้องสั่งมาอย่าให้ขาด นอกจากนี้การจัดเรียงสินค้าก็เป็นเรื่องสำคัญ ควรแยกสินค้าเป็นกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกันและขนาดเดียวกันควรจัดให้อยู่ด้วยกัน