ต่อมาปลายเดือนมีนาคมภาครัฐออกมาตรการล็อกดาวน์ ธุรกิจหยุดชะงัก ลูกค้าเกิดความกังวลจึงมีลูกค้าติดต่อเพื่อขอพักชำระหนี้เพิ่มจาก 1,000 รายเป็นกว่า 10,000 รายต่อวัน ผ่านทางสาขา และคอลเซ็นเตอร์ กรุงศรี ออโต้ จึงหาวิธีลดระยะห่างทางสังคม โดยพัฒนาระบบให้บริการลูกค้าบนเว็บไซต์ (On Web Request) เพื่อรองรับโครงการ “พัก...ผ่อน กับกรุงศรี ออโต้” ช่วยให้ลูกค้าสามารถกรอกข้อมูลส่วนตัว และแสดงความจำนงในการเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไป
“กรุงศรี ออโต้ เป็นองค์กรใหญ่ก็จริง แต่เรามีการปรับโครงสร้างการทำงานเมื่อ 4 ปีก่อนในลักษณะแบบ Agile Way of Working หรือการทำงานแบบฉับไว ไร้รอยต่อ ทำให้เราตอบสนองต่อตลาดได้เร็ว ลดระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน สำหรับการออกฟีเจอร์ใหม่ สามารถลดลงเหลือประมาณ 2 - 3 เดือนสำหรับฟีเจอร์ทั่วไป ซึ่งระบบ On web Request ในการยื่นคำร้องขอพักชำระหนี้ ใช้เวลาพัฒนาเพียงไม่ถึง 10 วัน เพราะเรามองว่าปัญหาของลูกค้าเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ และเราต้องเข้าไปช่วยเหลือเขาให้ได้เร็วที่สุด”
ในเวลาเดียวกัน กรุงศรี ออโต้ เริ่มนำร่องให้บริการ GO Application by Krungsri Auto ในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยเปิดให้ลูกค้าปัจจุบันสามารถเช็กค่างวดและชำระค่างวดได้ เพื่อลดความกังวลจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน จึงเปิดตัวเต็มรูปแบบและเพิ่มฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้รถทั่วไป เช่น ราคาน้ำมันประจำวัน และสิทธิประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรผ่านบัตร The 1 และผู้ช่วยอัจฉริยะ “คานะ (KANA)” ช่วยตอบคำถามผ่านแชตในการ ซื้อประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ทำให้ GO Application by Krungsri Auto มียอดดาวน์โหลด 560,000 ครั้งเมื่อสิ้นสุดปี 2563 ซึ่งนอกจากจะเป็นเกตเวย์ให้ลูกค้าเข้าถึงบริการของกรุงศรี ออโต้ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วแล้ว ยังช่วยรักษาฐานลูกค้าให้อยู่ในระบบ และเกิด Daily Transaction อีกด้วย
หลักการ Empathy ในการดูแลลูกค้าดังกล่าว ทำให้ปีที่ผ่านมากรุงศรี ออโต้ สามารถช่วยเหลือลูกค้ารวมทั้งสิ้น 650,000 ราย จากฐานลูกค้าทั้งหมด 1.8 ล้านราย ที่สำคัญลูกค้าประมาณ 83% ที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถกลับมาชำระค่างวดได้ตามปกติ มีเพียง 7% เท่านั้นที่ยังคงอยู่ในโครงการปรับโครงสร้างหนี้