งาน MWC Shanghai 2021 มีโซนการจัดแสดงเทคโนโลยี 5G mmWave Zone ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง GSMA (Global System for Mobile Communications) องค์กรกำกับดูแลมาตรฐานการสื่อสาร ร่วมกับพันธมิตรกว่า 39 แบรนด์ รวมทั้ง Vivo, China Unicom และ Qualcomm มาร่วมทดสอบประสิทธิภาพผ่านสถานการณ์จำลองต่างๆ ที่ต้องใช้สัญญาณ 5G mmWave โดยภายในโซนได้สาธิตวิธีการใช้งานสัญญาณ 5G mmWave กับงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว (Winter Olympics) ให้มีความทันสมัยและชาญฉลาดยิ่งขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเป็นไปได้และสร้างมาตรฐานในอีโคซิสเต็มอุตสาหกรรม mmWave ของจีนแบบไร้ขอบเขตมากยิ่งขึ้น
ในปัจจุบัน การให้บริการเครือข่ายสัญญาณ 5G ทั่วโลกใช้ความถี่แบบ sub-6Ghz และ mmWave เป็นหลัก ซึ่งคลื่น Millimeter นั้น เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่น 1mm ถึง 10mm และช่วงความถี่อยู่ที่ 30GHz ถึง 300GHz เมื่อเปรียบเทียบกับคลื่นความถี่ที่ต่ำกว่า 6GHz แล้ว พบว่าความถี่แบบ mmWave มีข้อได้เปรียบที่โดดเด่นมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นแบนด์วิธ (Bandwidth) ที่ใหญ่ขึ้น ความล่าช้าในการเชื่อมต่อทางอากาศที่ต่ำลง และการกำหนดค่า Air Interface ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของระบบการสื่อสารแบบไร้สาย อัตราการส่งข้อมูล รวมทั้งแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเครือข่ายไฮบริดทั้งแบบความถี่ต่ำ (Low-frequency) และความถี่สูง (High-frequency) จะกลายมาเป็นสถาปัตยกรรมพื้นฐานของระบบการสื่อสารเคลื่อนที่แบบ 5G