พรวุฒ สารสิน ประธานกรรมการ มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย “การพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดียิ่งขึ้น คือหนึ่งในพันธกิจด้านความยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ซึ่งเน้นการทำงานผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรไม่แสวงผลกำไร ผู้คนในชุมชน และอาสาสมัคร ผ่านโครงการมากมาย ในส่วนของการบรรเทาความเดือดร้อนแก่สาธารณชนจากเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เราร่วมมือกับสภากาชาดไทย ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนผู้ประสบภัย มาอย่างยาวนานเกือบ 10 ปี ด้วยการสนับสนุนน้ำดื่มน้ำทิพย์ พร้อมขนส่งไปยังหน่วยบรรเทาทุกข์ของสภากาชาดไทยในพื้นที่ต่างๆ เพื่อจัดส่งถึงมือผู้ประสบภัย รวมถึงเงินสนับสนุนเพื่อช่วยฟื้นฟูพื้นที่ภัยพิบัติด้วย นอกจากนี้ เรายังมองว่าการเตรียมการเพื่อรับมืออุทกภัยก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ เราจึงพัฒนาระบบออนไลน์ขอรับการสนับสนุนน้ำดื่มน้ำทิพย์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นขอรับการสนับสนุนน้ำดื่มได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”
พลตรีพัชร รัตตกุล รองประธานกรรมการ มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย กล่าวว่า “กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลามุ่งมั่นพัฒนาชุมชน ในทุกพื้นที่ที่เราดำเนินธุรกิจ การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมหลักที่เราทำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในทุกเหตุการณ์อุทกภัยพนักงานและผู้บริหารก็ได้ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยตรง โดยอาศัยความชำนาญในเส้นทางจากการขนส่งสินค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เรามี เช่น รถส่งสินค้า เพื่อนำถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค และยารักษาโรค ไปมอบให้กับผู้ประสบภัย และถือเป็นการให้กำลังใจด้วย”
พลโท นายแพทย์ อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย “แม้ว่าเราไม่สามารถควบคุมผลกระทบจากอุทกภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นๆ ที่มีต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความเป็นอยู่ของประชาชนได้ แต่ด้วยการสนับสนุนจากมูลนิธิโคคา-โคลา ที่มีมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี เราจึงสามารถมอบความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ผ่านโครงการน้ำทิพย์ปันน้ำใจให้กาชาด เพื่อบรรเทาความรุนแรงของผลกระทบ และยังเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพลังความร่วมมือของคนไทยด้วยกัน ในการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชน”
“โครงการ “น้ำทิพย์ปันน้ำใจให้กาชาด” ที่ดำเนินมายาวนานเกือบ 10 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการทำงานพัฒนาชุมชนภายใต้สามเหลี่ยมความร่วมมือสู่ความยั่งยืน ที่สามารถลดความรุนแรงของผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งโครงการฯ ยังสร้างคุณค่าร่วมให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคือ ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือ สำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ สามารถดำเนินงานได้บรรลุเป้าหมาย และโคคา-โคลาได้สร้างประโยชน์จากผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม “น้ำทิพย์” และเครือข่ายขนส่งที่มีอยู่ทั่วประเทศในการพัฒนาชุมชนอีกด้วย” พรวุฒิ สารสิน ประธานกรรมการ มูลนิธิ โคคา-โคลา ประเทศไทย กล่าวปิดท้าย