โดยตู้ RVM จะเป็นตู้รับคืนขวดพลาสติก เมื่อนำขวดใส่เข้าไปในตู้แล้ว จะมีกระบวนการบีบอัดเพื่อลดขนาดของขวดเพื่อนำไปรีไซเคิล นอกจากนี้ทุกครั้งที่มีการคืนขวดที่ตู้ RVM ลูกบ้านจะได้รับคะแนนสะสมและเปลี่ยนคะแนนเพื่อสนับสนุนถุงแดงให้กับหน่วยงานภาครัฐ สำหรับนำไปใช้ประโยชน์ด้านการดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 หรือสะสมคะแนนเพื่อนำไปแลกเป็นของรางวัลอื่นๆ ได้ที่เครื่องแลกของรางวัล เช่น น้ำดื่มสิงห์ เจลล้างมือ และถุงผ้ารักษ์โลก ทั้งนี้ขวดพลาสติกที่รับคืนจะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลจึงช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคมที่ยั่งยืน
“สิงห์ เอสเตท มีเป้าหมายในการผลักดันการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างยั่งยืน และสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของวัสดุรีไซเคิล รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้บริโภคคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งขวด PET เพื่อช่วยลดขยะพลาสติกและสร้างคุณค่าให้กับวัสดุ เพราะปัจจุบันปัญหาการจัดการขยะเป็นปัญหาระดับชาติ โดยในแต่ละปีคนไทยทั้งประเทศทิ้งขยะรวมกันมากกว่า 27 ล้านตัน ซึ่งเฉพาะในกรุงเทพฯ มีปริมาณมากถึง 1 ใน 5 ของทั้งหมด นอกจากนี้จากสถิติของไทยรัฐออนไลน์เกี่ยวกับขยะในปี 2563 พบว่ามีขยะไหลผ่านปากแม่น้ำลงอ่าวไทยรวมกว่า 25,741 ชิ้นต่อวัน หรือกว่าปีละ 9,395,000 ชิ้น การจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกต้องจึงเป็นประเด็นเร่งด่วน การจัดการขยะพลาสติกหรือขวด PET จะผ่านกระบวนการคืนรูปโพลีเมอร์ หรือ Repolymerization ที่ทำให้พลาสติกสามารถนำมาหมุนเวียนรีไซเคิลซ้ำได้สูงสุดถึง 100 ครั้ง ดังนั้นการแยกขวด PET เพื่อนำไปรีไซเคิลจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยไขปัญหาขยะได้” ณัฐวุฒิ กล่าว