เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มีความเกี่ยวเนื่องทั้งในระดับประเทศ ซึ่งสำคัญมากพอๆ กับที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชน จะต้องจัดหาผลิตภัณฑ์ และบริการหลักสำหรับ SDGs ในขณะที่จะต้องปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น และแบ่งปันข้อมูลบางอย่างกับสาธารณะ
ดร.ณัฐวิคม พันธุวงศ์ภักดี นักวิจัยและอาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหนึ่งในทีมนักวิจัย SDGs MOVE THAILAND ได้เขียนบทความเรื่อง SUSTAINABLE DEVELOPMENT GOALS (SDGS): THE CURRENT WORLD TREND ได้กล่าวถึงบางส่วนว่า หลายประเทศได้ผสานรวม SDGs เข้ากับนโยบายและการปฏิบัติของตน เพื่อติดตามความคืบหน้า วาระ 2030 (พ.ศ. 2573 )
วาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนสนับสนุนให้รัฐสมาชิก “ดำเนินการทบทวนความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงความคืบหน้าในระดับชาติ และระดับประเทศ” ซึ่งเป็นประเทศที่นำการขับเคลื่อนด้วย ข้อคิดเห็นที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การทบทวนระดับชาติโดยสมัครใจ มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการแบ่งปันประสบการณ์รวมทั้งความสำเร็จอุปสรรคและบทเรียนที่ได้รับเพื่อเร่งรัดการดำเนินการตามวาระ 2573
สำหรับประเทศไทย มูลนิธิมั่นพัฒนา ในสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตรย์ ได้เคยกล่าวถึงเป้าหมายในปี 2573 นอกจากการพัฒนาในสามมิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมตามแนวทางของ SDGs แล้ว ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับมิติทางด้านวัฒนธรรมอีกด้วย
การจะบรรลุความสำเร็จของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้นั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ทรงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ ได้พระราชทานเข็มทิศการพัฒนาไว้ให้ทุกภาคส่วนน้อมนำไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม นั่นคือ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวพระราชดำริที่ตั้งอยู่บนรากฐานของวัฒนธรรมไทย เป็นแนวทางการพัฒนาบนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง ตลอดจนใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ซึ่งจะนำไปสู่ความสุขในการดำเนินชีวิตและสร้างสัมฤทธิผลแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง