เอสซีจี วางเป้าหมายของการเปิดสาขาทุกฟอร์แมตรวมกันให้ได้ 150 สาขา ภายในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ไป โดยจะมียอดขายรวมกัน 3.6 หมื่นล้านบาท โดยในปีนี้จะมีการเปิดสาขาเพิ่มทั้งหมด 33 สาขา รวมเป็น 50 สาขา
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ สาขาที่เป็น Physical Store เหล่านี้ จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเติมเต็มการทำตลาดแบบ Omni Channel ที่จะมีการขับเคลื่อนธุรกิจผ่านEcosystem ที่สร้างขึ้น โดยจะมีการพัฒนาซูเปอร์แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นการพัฒนามาจากความต้องการของลูกค้า แพลตฟอร์มนี้จะช่วยเชื่อมต่อลูกค้ากับเอสซีจี โฮมและพาร์ทเนอร์อื่น ๆ ได้แก่ Design Connext แพลตฟอร์มสำหรับหานักออกแบบ อินทีเรียและแลนด์สเคปดีไซเนอร์ พร้อมบริการก่อสร้างครบวงจรซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ออกแบบ, Q-CHANG (คิวช่าง) แพลตฟอร์มสำหรับหาช่าง ทั้งงานติดตั้งต่อเติม และบริการหลังการเข้าอยู่อาศัย เช่น ซ่อมบำรุงบ้าน, ทำความสะอาดบ้าน เป็นต้น
ไม่เพียงเท่านั้น เอสซีจี ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เข้ามาทำในเรื่องของ Data Analytics โดยจะใช้ AI เข้ามาเป็นตัวช่วย Connect กับลูกค้าเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เกิดขึ้นตลอดทั้ง Customer Journey โดยคุณบรรณ บอกว่า ใช้วิธีการเรียนรู้จากหลากหลายธุรกิจเพื่อนำมาวางเป็น Best Practice ในการทำตลาดค้าปลีกครั้งนี้ โดยเฉพาะกับการเรียนรู้ผ่านวงการการเงินการธนาคารของบ้านเรา ซึ่งเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
“SCG HOME มองว่าการทำบ้านไม่ได้เริ่มหรือจบแค่เฉพาะที่ร้านค้า ทำอย่างไรจะที่จะช่วยร้อยเรียงให้ประสบการณ์การทำบ้านเป็นเรื่องง่าย ตั้งแต่เริ่มมีไอเดียการตกแต่ง การออกแบบ การเลือกหาวัสดุตกแต่ง การลงมือปรับปรุง ต่อเติม ไปจนถึงการเข้าอยู่อาศัยเลย จึงเป็นที่มาของแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมา และพร้อมเปิดตัวและให้บริการในงานสถาปนิก’64 ในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะเข้ามาช่วยเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี”
หากสังเกตให้ดีถึงแนวทางในการทำตลาดค้าปลีกของเอสซีจีในครั้งนี้ จะพบว่า มีความพยายามในการสร้างพันธมิตรเพื่อทำให้ Ecosystem ที่สร้างขึ้นมีความสมบูรณ์แบบ อย่างการร่วมทุนกับบุญถาวร ที่เชี่ยวชาญในเรื่องสินค้าตกแต่งบ้าน และเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เป็นอย่างดี มาร่วมกันทำสโตร์ ฟอร์แม9 ที่เป็น “เอสซีจี โฮม บุญถาวร” ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ดึงคู่แข่งที่เคยแข่งขันกันในตลาดเข้ามาเป็นพันธมิตรเพื่อร่วมกันในการทำตลาด
ถือเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่ของเอสซีจี ที่ความจำเป็นเร่งด่วนในวันนี้คือการเข้าถึง Data จำนวนมหาศาลของลูกค้า ซึ่ง Data ที่ว่านี้ จะเป็นตัวชี้ผลแพ้ - ชนะ ในการแข่งขันอย่างแท้จริง.....