“หนึ่งในอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในการแสวงหาความสุขอย่างจริงจังของเราก็คือ การไม่ได้ให้ความสำคัญกับความสุข เนื่องจากเราเลือกที่จะไปตามความฝัน ที่ไม่เพียงจะพาเราไปไกลจากความสุข แต่ต้องนำเราไปสู่สถานะความยั่งยืน กลายเป็นคำขวัญ ความท้าทายที่สำคัญที่สุดของสังคม เหตุใดจึงต้องกังวลและควรจะทำให้เราตกใจในคำนี้ เพราะความยั่งยืนเป็นคำที่น่าอัศจรรย์สำหรับการอยู่รอด…”
เจ้าหญิงทรงกล่าวต่อว่า โปรแกรม 4 วันของการประชุมสุดยอดนี้ ทำให้เรามีขอบเขตที่จะนำเสนอสิ่งที่ไม่เพียง แต่เป็นการแสดงออกถึงวิถีชีวิตของคนเรา วัฒนธรรมของเรา ประวัติศาสตร์ของเรา และการพัฒนาทั่วไปของเราเท่านั้น แต่ยังมีประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ และการสนทนากับผู้สนับสนุนหลักของ GNH ในประเทศ
ดร.Saamdu Chetri Executive director of GNHCB (GNH Centre Bhutan) กล่าวถึงการประชุมสุดยอดครั้งนี้ จะนำพาผู้บริหาร ผ่านการสังเกต มีการสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง มีการไตร่ตรอง และพยายามที่จะพัฒนาสิ่งที่ต้องการภายในเพื่อดูว่าชีวิตนำเราไปสู่ที่ใด ถ้าเราไม่สามารถนำการเปลี่ยนแปลงในวิธีที่ที่เราทำธุรกิจในโลก เราจะไม่สามารถนำพาโลกที่ดีให้กับเด็กและลูกหลานของเราได้
“คนมักจะมองหาความสุขซึ่งเป็นสิ่งภายนอก แต่นั่นไม่ใช่ความสุขหากเป็นความฟุ่มเฟือย ความสุขที่ว่าจะกลายเป็นเวลาที่ถูกผูกไว้กับคุณ รู้สึกมีความสุขในขณะนั้นแล้วคุณต้องการบางสิ่งบางอย่างมากขึ้น…”
ทว่า “ความสุข” หรือ Happiness คือ 3 สิ่งต่อไปนี้ที่ผู้จัดต้องการให้ผู้เข้าร่วม Workshop ได้เข้าใจอย่างชัดเจนจะเรียกว่าเป็นการ Enlighten ก็คงไม่ผิดคือ Connect to Self , Connect to Other และ Connect to Business เพื่อให้เกิด Condition ของ Happiness ผ่านทั้งการบรรยายของผู้นำในประเทศภูฏาน รวมถึงประสบการณ์ตรงในวัฒนธรรมที่หลากหลาย และมรดกทางจิตวิญญาณที่เป็นรากฐานของ GNH