นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกล่าวว่าผลวิจัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมนี้อยู่ในสภาวะที่น่ากังวล เนื่องจากอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารในปี 2562มีสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของมูลค่าเศรษฐกิจโดยรวม (4 ล้านล้านบาท) ทำให้เกิดการจ้างงานเกือบครึ่งหนึ่งของแรงงานทั่วประเทศ(17.9 ล้านคน) และสามารถสร้างรายได้จากภาษีให้แก่รัฐบาลมากกว่า 7.08 แสนล้านบาทตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารรอดพ้นจากอุปสรรคและความท้าทายที่มีนัยสำคัญดังที่ปรากฏในผลวิจัย
นายวิศิษฐ์ ยังกล่าวด้วยว่า “รายงานนี้บ่งชี้ถึงความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารที่มีต่อเศรษฐกิจไทยเนื่องจากในขณะที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด ภาคอุตสาหกรรมนี้กลับหดตัวลงในอัตราที่น้อยกว่าการหดตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ดังนั้นอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารของเราจึงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างเต็มกำลังเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้”
มิสเตอร์ แมททิว โคแวค ผู้อำนวยการบริหาร FIAให้ความเห็นว่า ก่อนที่จะจัดทำนโยบายและเริ่มใช้มาตรการต่างๆ เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังวิกฤตรัฐบาลจะต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ประกอบการด้านเกษตร-อาหารจะต้องเผชิญทั้งในปัจจุบันและอนาคตหากไม่ได้พิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงอย่างรอบด้าน นโยบายหรือมาตรการเหล่านั้นอาจส่งผลเชิงลบต่อการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารและเศรษฐกิจไทยหรืออาจทำให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การปิดกิจการและการเลิกจ้าง
มิสเตอร์โคแวค กล่าวเสริมว่า “ภาคอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารจะเผชิญกับอุปสรรคอย่างหนักในปีหน้าเนื่องจากอุปสงค์ด้านอาหารและเครื่องดื่มจะลดต่ำลงในขณะที่ความท้ายทายที่มีอยู่เดิมและเป็นปัญหาในระยะยาวจะยังคงมีอยู่ต่อไปหลังวิกฤตโควิด ผู้กำหนดนโยบายจะต้องพิจารณาประเด็นเหล่านี้ก่อนที่จะบังคับใช้นโยบายที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเกษตร-อาหารซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดแรงงาน”
รายงานฉบับนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยมีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่ามาตรฐานสากล ซึ่งอาจจะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับอุตสาหกรรมเกษตร-อาหาร เนื่องจากรัฐบาลอาจเลือกใช้วิธีการขึ้นภาษีเพื่อนำเงินไปใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยส่วนหนึ่งของรายงานการประเมินความเสี่ยงด้านนโยบายการคลังแสดงให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ว่าประเทศไทยจะใช้การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มหลังสถานการณ์โควิด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นประเทศไทยจะเผชิญกับความเสี่ยงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียจากการที่ภาคอุตสาหกรรมอาหารและผู้บริโภคจะต้องแบกรับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น