นายศุภรัฒศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การได้รับการยอมรับในฐานะ ‘Company to Watch’ สะท้อนให้เห็นวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทย และความมุ่งมั่นของ STT GDC Thailand ในการก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาด ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจที่ต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดไฮเปอร์สเกล ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ผลิตสื่อและคอนเทนต์ต่างชาตินั้น ต่างก็มองหาผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสามารถตอบโจทย์แผนการขยายธุรกิจของพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว และในขณะเดียวกันต้องมั่นใจถึงความเชี่ยวชาญในมาตรฐานการออกแบบ การก่อสร้าง และการดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ ดังนั้น การได้รับการยอมรับจาก ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพในบริการดาต้าเซ็นเตอร์ของเรา และบทบาทที่เรามีในการช่วยยกระดับการแข่งขันในอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย”
ทั้งนี้ จากข้อมูลของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน คาดการณ์ว่า ตลาดการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 23.5% ต่อปี โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้มาจากผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ผลิตสื่อและคอนเทนต์ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งความต้องการด้านข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในภูมิภาคผลักดันให้เกิดความต้องการในการจัดเก็บข้อมูล และการประมวลผลเป็นอันมาก
เกี่ยวกับ เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย)
เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) เป็นบริษัทร่วมทุนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” ผู้นำการให้บริการแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร และเอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ “เอสทีที จีดีซี” (STT GDC) ผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก จากสิงคโปร์ ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจดิจิทัลในประเทศไทย เอสทีที จีดีซี ประเทศไทย อยู่ระหว่างการเดินหน้าพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลแห่งแรกใจกลางกรุงเทพฯ บนพื้นที่ขนาด 75,000 ตารางเมตร (15 ไร่) ซึ่งสร้างและดำเนินการด้วยมาตรฐานระดับโลก โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564
เกี่ยวกับ เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ (เอสทีที จีดีซี)
บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ คือหนึ่งในผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รวมกว่า 120 แห่งในประเทศต่างๆ ที่เป็นตลาดสำคัญทางธุรกิจ เช่น สิงคโปร์ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ไทย และ สหราชอาณาจักร เป็นต้น เอสทีที จีดีซี ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่สร้างขึ้นตามมาตรฐานสูงสุดของอุตสาหกรรมนี้ มีโซลูชั่นด้านดาต้าเซ็นเตอร์ที่ครบถ้วนตั้งแต่ต้นจนจบและสามารถต่อขยายได้, การเชื่อมต่อ, รวมถึงบริการสนับสนุนต่างๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการด้านการเก็บข้อมูลของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต