การล็อกดาวน์ทำให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลที่ตามมาก็คือบริการโลจิสติกส์เติบโต ตามไปด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางนินจาแวน ประเทศไทย หนึ่งในผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ข้ามชาติที่ให้บริการจัดส่ง พัสดุสำหรับธุรกิจทุกขนาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมทั้งหมด 6 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย จึงมองเห็นโอกาสทางการตลาดในการเข้าไปให้บริการ ธุรกิจในกลุ่ม SMEs ของไทย
โดยเป้าหมายทางธุรกิจของนินจาแวน ประเทศไทยในปีนี้ คือเติบโตเป็น 3 เท่าในปี 2021
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนินจาแวนได้มีการวาง 3 กลยุทธ์หลักในปีนี้ คือ
1. Strengthen เสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างพื้นฐานด้วยการลงทุนต่อเนื่องในการขยายเครือข่าย อาทิ การเปิดศูนย์คัดแยกสินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มความเร็วในการจัดส่งสินค้าบนพื้นที่ 30 ไร่ หรือ 7 สนามฟุตบอล เพื่อรองรับพัสดุประมาณ 800,000 ชิ้นต่อวัน
การเพิ่มประสิทธิภาพในครั้งนี้นินจาแวนจะเน้นระบบการทำงานแบบอัตโนมัติที่มีความเร็วและแม่นยำสูง เพื่อเน้นจัดส่งในวันถัดไปสำหรับเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง
นอกจากนี้ทางนินจาแวนยังมีแผนที่จะเพิ่มศูนย์รับ - ส่งสินค้าในจังหวัดต่างๆ อย่างน้อย 100 แห่ง และเพิ่มจุดรับส่งสินค้า 200 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศไทยในปีนี้ รวมถึงเพิ่มพนักงานจัดส่งอีก 1,000 คน เพื่อรองรับการเติบโต
2. Enhance เพิ่มการซัพพอร์ต SMEs โดยการนินจาแวนจะเพิ่มจำนวนพนักงานดูแลลูกค้า Fast Track ลูกค้า SMEs และร้านค้ารายย่อยให้มากขึ้น
“ขนส่งปกติจะให้ Key Account Manager ไปดูแลลูกค้า SMEs เฉพาะลูกค้ารายใหญ่ๆ แต่ของ นินจาแวนจะเน้นให้บริการลูกค้ารายเล็กๆ ที่มีจำนวนพัสดุน้อย โดยมี Key Account คอยตรวจสอบ หรือว่าให้ไปรับสินค้าก็ยังได้ นอกจากนี้ยังจะมีการเพิ่ม Digital Service Touchpoint เพื่อสื่อสาร 2 ทาง อาทิ เพิ่มช่องทาง LINE อีกทางหนึ่ง” มร. เพียซ เอิง กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กล่าว
3. Assured การเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า เช่น การยกระดับมาตรฐานการบริการ หรือการยกระดับงาน หลังบ้าน เพื่อลดข้อบกพร่องของงานบริหารคลังสินค้า